อังคาร. ก.พ. 25th, 2020

AEC Online News

ข่าวด่วนออนไลน์

รมว.พม. ลงพื้นที่พบปะประชาชน จ.นราธิวาส พร้อมรับฟังความคิดเห็นและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ทุกกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจ กระทรวง พม.

รมว.พม. ลงพื้นที่พบปะประชาชน จ.นราธิวาส พร้อมรับฟังความคิดเห็นและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ทุกกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจ กระทรวง พม.

 

 


เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 63 เวลา 15.00 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบาเระเหนือ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส นายจุติไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่พบปะเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือสตรีหม้าย กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ และสภาเด็กและเยาวชน รวมทั้งศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางในการแก้ปัญหาในพื้นที่ นอกจากนี้ ได้มอบความช่วยเหลือต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกระทรวง พม.

นายจุติ กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20-21ม.ค. 2563 ที่จังหวัดนราธิวาส ตนได้นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบาเระเหนือ เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลบาเระเหนือ รวมทั้งพบปะเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือสตรีหม้าย กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการ และสภาเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า จากการพบปะพูดคุยกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ได้ถามถึงการดูแลอาชีพ ดูแลเยาวชน และเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ซึ่งกระทรวง พม. ได้ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสงค์จะเรียนหนังสือ แต่ขาดเงินทุนในการเรียน นอกจากนี้ ยังได้มีการดูแลในเรื่องคนพิการและผู้สูงอายุ โดยจะมีการตั้งศูนย์ผู้สูงอายุ ศูนย์ครอบครัวในอำเภอนี้ด้วย ส่วนการดูแลเด็กกำพร้านั้น เป็นนโนบายของรัฐบาลอยู่แล้วที่จะลดความเลื่อมล้ำและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งกระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จะมีการรับเรื่องและดำเนินการในขั้นต่อไป

โดยภายในเดือนมีนาคม 2563 เรื่องบางเรื่องต้องทำให้เสร็จ สำหรับภารกิจที่ค้างอยู่ จะทำให้เสร็จภายในปี 2563 เพราะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเป็นขุมทองของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องช่วยกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นโอกาสอันมหาศาลสำหรับประเทศไทย สำหรับกลุ่มสตรีแม่ม้ายและแม่เลี้ยงเดี่ยว กระทรวง พม. มีการฝึกทักษะด้านอาชีพ และเป็นอาชีพใหม่ๆ ที่เสริมรายได้ ซึ่งต้องเสริมทักษะเพิ่มไปด้วย โดยกระทรวง พม. จะจัดหาวิทยากรหรือผู้เชี่ยวชาญ มาฝึกทักษะและความรู้ และสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ จำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านสาธารณสุข ด้านจิตใจ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังได้มอบความช่วยเหลือต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้แก่ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน จำนวน 22 ราย เงินสงเคราะห์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จำนวน 13 ราย และเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก จำนวน 11 ราย อีกทั้งได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือสตรีหม้าย “กลุ่มยาใจดีไซน์” ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มสตรีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวหาเลี้ยงครอบครัวแทนสามีที่เสียชีวิตซึ่งได้รับการฝึกอาชีพจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนราธิวาส นำไปสู่การรวมกลุ่มเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ได้แก่

การตัดเย็บเครื่องแต่งกายของชาวมุสลิม อาทิ ผ้าคลุม และเสื้อผ้าสุภาพสตรีมุสลิมน้ำยาอเนกประสงค์ และน้ำยาล้างจาน เป็นต้น จากนั้น ได้เดินทางไปยังสถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส เพื่อประชุม ทีม พม. One Home ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 22 หน่วยงาน และการขับเคลื่อนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ในพื้นที่ 5 จังหวัด (จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา) เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานด้านสังคมพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวง พม. ในพื้นที่ โดยคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดของกลุ่มเป้าหมายของเป็นสำคัญ

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน