ฝนตกหนัก ถนนทรุด ดินสไลด์สายเถิน-ลี้ ยาวเกือบ 50 เมตร จนท.เร่งนำแบริเออร์วางกั้น ปิดการจราจรไปหนึ่งเลนส์ เตือนผู้ใช้ใช้ถนนใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็วเกรงเกิดอุบัติเหตุ

ฝนตกหนัก ถนนทรุด ดินสไลด์สายเถิน-ลี้ ยาวเกือบ 50 เมตร จนท.เร่งนำแบริเออร์วางกั้น ปิดการจราจรไปหนึ่งเลนส์ เตือนผู้ใช้ใช้ถนนใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็วเกรงเกิดอุบัติเหตุ

นายเชาว์ทวีพัฒน์ ดนัยนันท์ ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอเถิน จ.ลำปาง เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ได้รับรายงานว่า เกิดดินสไลด์-ถนนทรุดตัว บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ถนนสายเถิน-ลี้ เขตบ้าน บ้านปากกอง ม.3 ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง จากนั้นได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้อง หมวดการทางแม่พริก นำโดยนายนิทัศน์ ปังกิลินันท์ ผู้ช่วยหัวหน้าหมวดการทางแม่พริก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนำโดย ดาบตำรวจจรูญโรจน์ สีตื้อ หัวหน้าหน่วยบริการประชาชาชนตำรวจทางหลวงเถินจังหวัดลำปาง เดินทางตรวจสอบ ก่อนจะรายงานให้ทางจังหวัดลำปางทราบ


จากการตรวจสอบพบดินสไลด์ถนนลาดยางทรุดตัวได้รับความเสียหายยาวประมาณ 45 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่หมวดการทางแม่พริก ได้นำกรวยและแบริเออร์สีส้มปิดกั้นขอบทาง ซึ่งข้างทางเป็นเหวลึกกว่า 100 เมตร ข้างล่างเป็นลำห้วยแม่อาบ พร้อมติดป้ายสัญญาณเตือนรถที่ผ่านทางไปมาให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางสัญจรช่วงเส้นทางดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นายเชาว์ทวีพัฒน์ ดนัยนันท์ ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอเถิน จ.ลำปาง เปิดแผยอีกว่า การทรุดตัวดินสไลด์ของถนน ทราบว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากในพื้นที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้คากดว่าน่าจะเกิดจากการอุ้มน้ำดินชั้นล่างก่อนจะทรุดตัวดังกล่าว อย่างไรก็ทางอำเภอเถินได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวของเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป ส่วนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนสายเถิน-ลี้ ให้ใช้ความระมัดระวังลดความเร็ว เนื่องจากพื้นที่ยังมีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องและมีการทรุดตัวของถนนสายดังกล่าว ขอให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ


ภาวินันท์ บุตรหล้า ลำปาง/รายงาน

วัยรุ่นถูกคู่อริขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงกระสุนทะลุบาดเจ็บ

วัยรุ่นถูกคู่อริขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงกระสุนทะลุบาดเจ็บ

วันที่ 10 ตุลาคม 2560 เวลา 23.30 น. ร้อยตำรวจเอก วรากร สายแวว ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืน จึงได้เข้าไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ เป็นแผงขายต้นไม้ ชื่อลุงเดช พันธุ์ไม้ อยู่ตรงข้ามกับกองพันทหารม้าที่ 30 ปราจีนบุรี หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อ นายวรวุฒิ จันทรา อายุ 27 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครงขวาด้านหลัง กระสุนทะลุออกด้านหน้า ยังมีอาการรู้สึกตัวดี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ปราจีนบุรี ให้การช่วยเหลือนำส่งต่อให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

จากการสอบถามนายนพวรรณ จันทรา อายุ 30 ปี เป็นน้าของผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้นั่งดื่มเหล้าอยู่กับญาติและเพื่อนๆ ภายในแผงขายต้นไม้ที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 20 นาที นายวรวุฒิ ผู้บาดเจ็บ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กค 6593 ปราจีนบุรี โดยบอกว่าจะออกไปเติมเงินออนไลน์ที่ร้านค้าหน้าโรงเรียนอนุบาลเมืองปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลมากนัก เมื่อผู้บาดเจ็บขับขี่รถกลับมาถึงหน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด ตนจึงได้รีบวิ่งออกมาดู

บริเวณริมถนนหน้าบ้าน สังเกตเห็นวัยรุ่นจำนวน 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน จำนวน 3 คัน โดยหนึ่งในนั้นได้ถือปืนอยู่มือ ตนเองจึงได้หยิบขวดเบียร์ขว้างใส่กลุ่มวัยรุ่น ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะพากันขี่รถหลบหนีไปทางแยกวงเวียนสมเด็จพระนเรศวรฯ สำหรับนายวรวุฒิ ผู้บาดเจ็บที่ประคองรถจักรยานยนต์เข้ามาจอด พบว่ามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ชายโครงหลังด้านขวา ทะลุด้านหน้า จึงได้รีบโทรแจ้งศูนย์กู้ชีพฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้รถกู้ชีพ สำหรับสาเหตุการเกิดการยิงกันในครั้งนี้ คาดว่าผู้บาดเจ็บที่อยู่ในอาการมึนเมา ขณะที่ขับขี่รถออกไปนั้นอาจจะไปมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี จึงมีการขับรถตามมายิง หรือาจเป็นคู่อริเก่าที่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน เพราะนายวรวุฒิ เคยถูกอริเก่ายิงจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วเมื่อสงกรานต์ปี 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนปืน จึงได้ทำการติดตามกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป///////////////////

ภาพข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี

เทศบาลเมืองปราจีนบุรี จัดงาน “คิดถึงพ่อ ถ่ายรูปกับพ่อ” เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมเก็บความทรงจำซึ่งแสดงถึงความอาลัยด้วยรูปภาพที่ระลึก (ชมคลิปคลิกเลย)

เทศบาลเมืองปราจีนบุรี จัดงาน “คิดถึงพ่อ ถ่ายรูปกับพ่อ” เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมเก็บความทรงจำซึ่งแสดงถึงความอาลัยด้วยรูปภาพที่ระลึก

วันที่ 11 ตุลาคม 2560 บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำปราจีนบุรี ใกล้ศาลพระหลักเมือง ปราจีนบุรี นายบรรเจิด พฤกษะศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี ได้กล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีพันเอกวินัย บุตรรักษ์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในการเปิดงาน การจัดงาน “คิดถึงพ่อ ถ่ายรูปกับพ่อ” ของเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมบันทึกภาพ และน้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นการแสดงความอาลัยและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทย จึงทำให้องค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กรภาคประชาชนต่างพร้อมใจกัน จัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ อันเป็นการแสดงถึงความอาลัยและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับเทศบาลเมืองปราจีนบุรี จึงได้จัดงาน “คิดถึงพ่อ ถ่ายรูปกับพ่อ” เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมเก็บความทรงจำซึ่งแสดงถึงความอาลัยด้วยรูปภาพที่ระลึก ซึ่งโครงการนี้เปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณไว้เป็นที่ระลึก จัดเป็นบริการกิจกรรม จิตสาธารณะเพื่อประชาชนเนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าว

นายบรรเจิด พฤกษะศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี กล่าวว่าในช่วงเวลานี้ ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อในหลวง ก็คือ ความคิดถึงพ่อสุดหัวใจ ไม่แปลกที่ใครหลายคนจะนั่งเปิดดูภาพของ “พ่อ” เพื่อแทนความคิดถึงอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะภาพของ “พ่อ” ที่ทรงงานหนักเพื่อบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ลูกๆ มาตลอด 70 ปี โดยงานดังกล่าว จะจัดให้ประชาชนได้มาบันทึกภาพความประทับใจที่ประชาชนมีแต่พ่อหลวงของแผ่นดิน ตลอดทั้งเดือนตุลาคม 2560/////////////

ภาพ/ข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี

ผวาน้ำทะลุคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาป่าโมกสองจุดส่งผลเอ่อล้นสูงว่า 50 ซม.ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกระสอบทรายอุดจ้าละหวั่น ด้านสถานการณ์น้ำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง (ชมคลิปคลิกเลย)

อ่างทอง 11/10/60 ผวาน้ำทะลุคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาป่าโมกสองจุดส่งผลเอ่อล้นสูงว่า 50 ซม.ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกระสอบทรายอุดจ้าละหวั่น ด้านสถานการณ์น้ำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง

 

เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลป่าโมกเร่งนำกระสอบทรายหลายร้อยถุงใส่กระสอบข้าวสารขนาดใหญ่ทำเป็นบิ๊กแบ๊ค ลำเลียงเข้าอุดรอยรั่วบริเวณแนวคันกั้นน้ำริมกำแพงคานเรือ หน้าโรงเรียนอนุบาลวงษ์สวัสดิ์ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลุแนวกำแพงทะลักเข้าท่วมชุมชนบริเวณดังกล่าวสูงกว่า 50 ซม.อย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา  โดยบริเวณดังกล่าวมีทั้งชุมชนพักอาศัยและโรงเรียนอนุบาลซึ่งยังเปิดการเรียนการสอนวันนี้เป็นวันสุดท้าย รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอป่าโมก ทำให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นไปอยู่บนที่สูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชม.จึงจะสามารถอุดรอยรั่วดังกล่าวไว้ได้แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของพื้นที่ตลาดป่าโมกและเป็นชุมชนริมน้ำขนาดใหญ่

ธานินทร์ สินธุปรสิทธิ์ หน.สำนักปลัดเทศบาลป่าโมกเปิดเผยว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเหนือคันกั้นน้ำใต้กำแพงคานเรือทำให้น้ำไหลลอดกำแพงเข้าไปบางส่วนซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบมาอุดรอบรั่วโดยน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนน้ำที่ไหลเข้าไปท่วมก็จะไหลลงท่อระบายน้ำไปคาดว่าใช้เวลาไม่นานก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องซึ่งภาพรวมยังถือว่ายังสามารถรับมือได้

 

ขณะที่ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นถึงปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลผ่านบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจและศูนย์ราชการของจังหวัดอ่างทองที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเขื่อนเข้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน ล่าสุดอยู่ที่ 2409 ลบ.เมตร/วินาที ทำให้รัยน้ำที่สถานีชลมาตร C7A สำนักชลประทานที่ 12 หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8.53 เมตร/รทก.สูงกว่าระดับเตือนภัยที่ 6.93 เมตรอยู่1.6 เมตรน้ำไหลผ่าน 2330 ลบ.เมตร/วินาที และมีท่าทีจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยจังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยแล้ว 4 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอเมือง อำเภอไชโย อ.ป่าโมก และอำเภอวิเศษชัยชาญ บ้านเรือนราษฎรกว่า 500 หลังคาเรือน

 

สุรชัย ผลจันทร์/อ่างทอง/089-6066364

 

ชาวบ้านป่าโมก วอนหน่วยงานรัฐสร้างสะพานทางเดินเข้าบ้านหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่สถานการณ์น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูง (ชมคลิปคลิกเลย)

อ่างทอง 11/10/60ชาวบ้านป่าโมก วอนหน่วยงานรัฐสร้างสะพานทางเดินเข้าบ้านหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่สถานการณ์น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูง

สภาพบ้านเรือนประชาชนในชุมชนย่อยที่ 1 วัดอัมพวัน หมู่ที่ 1 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งถูกน้ำท่วมรอบที่ 2 ในรอบปีนี้อยู่ในสภาพที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 1.5 เมตรจนทำให้ไม่สามารถอาศัยอยู่ชั้นล่างของตัวบ้านได้ต้องย้ายทรัพย์สินขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ของบ้าน บางส่วนต้องย้ายขึ้นมากองบนถนน โดยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านในเรื่องการเดินทางเข้าออกเนื่องจากเรือมีไม่เพียงพอ

นายพิพัฒน์ สว่างใจ อายุ 47 ปี ชาวบ้านเปิดเผยว่าน้ำขึ้นทุกวันตอนนี้เข้าออกลำบากต้องใช้เรือในการเดินทาง โดยเมื่อครั้งแรกน้ำท่วมทางเทศบาลตำบลป่าโมกได้นำอุปกรณ์มาสร้างสะพานให้แต่พอน้ำท่วมรอบนี้ซึ่งสูงมากกว่าครั้งแรกก็มีเจ้าหน้าที่มาดูแต่ก็เงียบหายไป ตอนนี้ชาวบ้านลำยากเพราะเรือมีไม่เพียงพออยากจะให้ทางหน่วยงานรัฐมาช่วยทำสะพานให้เดินเข้าออกบ้านได้ เพราะในชุมชนมีทั้งคนแก่และเด็ก จะได้เข้าออกสะดวกกว่าใช้เรือหากต้องเดินทางออกไปธุระข้างนอก

ขณะที่ล่าสุดสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดอ่างทองยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเขื่อนเข้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน ล่าสุดอยู่ที่ 2386  ลบ.เมตร/วินาที ทำให้รัยน้ำที่สถานีชลมาตร C7A สำนักชลประทานที่ 12 หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8.51 เมตร/รทก.สูงกว่าระดับเตือนภัยที่ 6.93 เมตรอยู่1.51 เมตรน้ำไหลผ่าน 2310ลบ.เมตร/วินาที และมีท่าทีจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยจังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยแล้ว 4 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอเมือง อำเภอไชโย อ.ป่าโมก และอำเภอวิเศษชัยชาญ บ้านเรือนราษฎรกว่า 500 หลังคาเรือน

 

สุรชัย ผลจันทร์/อ่างทอง/089-6066364

 

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานจิตอาสาเฉพาะกิจ

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานจิตอาสาเฉพาะกิจ

วันที่ 11 ตุลาคม 2560 ที่หอประชุมอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย นายอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดพิธี มอบสิ่งของพระราชทาน โครงการจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร จำนวน 1,022 ชุด ให้กับผู้มาลงทะเบียน ในพื้นที่อำเภอชนแดน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ถวายความอาลัยน้อมส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ตุลาคมศกนี้ และเพื่อเป็นการสานต่อพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตามโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ที่ทรงพระราชทานพระราชาอนุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธี

นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย กล่าวว่า ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของให้แก่ประชาชนตามโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร โดยนายอำเภอชนแดน เข้าร่วมพิธีรับสิ่งของพระราชทาน ประกอบด้วย หมวก ผ้าพันคอ เสื้อยืดคอโปโลสีดำ ปลอกแขน และกระปุกออมสิน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในครั้งนี้ ชาวอำเภอชนแดน น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพ”

สำหรับอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ มีประชาชนผู้มีจิตอาสามาลงทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 1,022 คน แบ่งตามประเภทของพระราชทานจากส่วนกลาง เพื่อแจกจ่ายให้กับจิตอาสาหมวก 1,022 ผ้าพันคอ 1,022 ปลอกแขน 1,022 เสื้อ 866 กระปุกออมสิน 163 บัตรประจำตัวจิตอาสา ดังนี้ งานดอกไม้จันทน์ . 272 คน งานประชาสัมพันธ์ 23 .คน งานโยธา 71 คน งานขนส่ง คน งานบริการประชาชน 444 คน งานแพทย์ 37 คน งานรักษาความปลอดภัย 142. คน และงานจราจร 24 คน ซึ่งผู้สมัครจะได้รับ สิ่งของพระราชทาน ดังนี้ 1.บัตรประจำตัวจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” 2.บัตรประจำตัวจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (แบ่งสีตามประเภทของงาน) 3. เสื้อ หมวก ผ้าพันคอ และปลอกแขน

อุดมศักดิ์ เหล็กคำ ภาพ
มนสิชา คล้ายแก้ว ข่าว

สตูล หนุ่มบุกบ้านเพื่อนกลางดึกถูกยิงดับ

สตูล หนุ่มบุกบ้านเพื่อนกลางดึกถูกยิงดับ

เมื่อเวลา 01.30 น.ของวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.พ.ต.ต.ธีระเดช รัตนวิจิตร สารวัตรสอบสวนสภ.ท่าแพ จ.สตูล (สว.สส.สภ.ท่าแพ) รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายที่หน้าบ้านเลขที่ 85 ม.6 ต.แป-ระ อ.ท่าแพ จ.สตูล จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้วรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัชพิสิฐ นคราวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สตูล รรท.ผกก.สภ.ท่าแพ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ แสงมณีรอง ผกก.สส.สภ.ท่าแพ เมื่อไปถึงพบศพนายสิทธิพงษ์ ลิ่มศรีพุทธ์ อายุ 21 ปี นอนหงายอยู่หน้าบ้านดังกล่าว สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.38 เข้าที่บริเวณลำคอ จำนวน 1นัดข้างศพพบมีดพร้ายาวทั้งด้ามประมาณ 2ฟุตเศษวางอยู่ โดยมีนายหมาด ติงชา กำนัน ต.แป-ระ อ.ท่าแพ ควบคุมตัวนายเด็น นุ้ยดำ อายุ 50 ปีพร้อมอาวุธปืนขนาด.38 จำนวน 1 กระบอกกระสุนปืนในโม่ 3 นัด ไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายถือมีดพร้าจะบุกเข้ามาในบ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน(นายเด่น นุ้ยดำ อายุ 50 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน) และเคาะประตูเรียกนายเด็นฯออกมาธุระกับผู้ตายแต่ผู้ตายได้พูดจาหาเรื่องและผู้ตายได้ใช้มีดพร้าฟันนายเด็นฯ2ครั้งแต่ไม่ถูกในขณะนั้นถูกเจ้าของบ้านยิงป้องกันตัวไป จำนวน 2 นัด ถูกผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นิตยา แสงมณี // สตูล

ปทุมธานี หอการค้าปทุมเปิดงาน 5 จังหวัดสักครั้งในชีวิต กระตุ้นการท่องเที่ยวส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน (ชมคลิปคลิกเลย)

ปทุมธานี หอการค้าปทุมเปิดงาน 5 จังหวัดสักครั้งในชีวิต กระตุ้นการท่องเที่ยวส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน

 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 เวลา 18:30 น. นายภัสพลภ์ ชัยสุริยาทวิกูล ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี เปิดงาน 5 จังหวัด สักครั้งในชีวิต กระตุ้นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก และเพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2560 โดยมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ที่ศูนย์การค้า เซียร์ รังสิต ตำบลคูคต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี งาน 5 จังหวัด สักครั้งในชีวิต เป็นกิจกรรมหลักในกิจกรรมการจัดนิทรรศการการท่องเที่ยวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ 4 ภาคของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ภายใต้โครงการพัฒนาสมรรถภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแหล่งท่องเที่ยวนิเวศและเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ทั้ง 5 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก และเพชรบูรณ์ ล้วนมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญหลากหลาย ทั้งทางนิเวศ เช่นอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้าทุ่งแสลงหลวงเขาหลวง เขาค้อ ภูสอยดาว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและพระราชวังจันทน์

ทั้งหมดล้วนเป็นทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณค่ามีศักยภาพในการพัฒนาในขณะเดียวกันทางด้านกายภาพของภูมิภาคนั้นถือได้ว่าพื้นที่มีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงทั้ง ภายในและภายนอกประเทศโดยสะดวก อีกครั้งพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดอย่างเป็นพื้นที่ผสมผสานทั้งเกษตรกรรมอุตสาหกรรมพาณิชยกรรมและการบริการซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ด้านนายภัสพลภ์ ชัยสุริยาทวิกูล ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า โดยหอการค้าจังหวัดปทุมธานีได้เล็งเห็นความสำคัญของทุกภูมิภาค ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 มีโอกาสในการพัฒนาและสร้างสรรค์เศรษฐกิจได้กว้างไกลจึงจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น โดยมีนิทรรศการการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ 4 ภาค จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ภายใต้แนวคิดจัดงาน 5 จังหวัด สักครั้งในชีวิต ในรูปแบบนิทรรศการและตลาด จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจการแสดงภาพถ่าย ประกวดท่องเที่ยว 5 จังหวัด รวมถึงการแสดงพื้นถิ่นโดยจะจัดกิจกรรมเวียนไปอย่างทุกภาคทั่วไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมและพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวพร้อมทั้งช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เพื่อเป็นการกระตุ้นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่แตกกิ่งก้านสาขาไปทั่วประเทศไทยต่อไป

 

ภาพ/ข่าว ขวัญชัย วาจาพารวย รายงาน

รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี แถลงข่าวผลการดำเนินงาน โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตร อย่างยั่งยืน จังหวัดปทุมธานี (ชมคลิปคลิกเลย)

รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี แถลงข่าวผลการดำเนินงาน โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตร อย่างยั่งยืน จังหวัดปทุมธานี

วันที่11 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น. ที่ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการดำเนินงาน โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตร อย่างยั่งยืน จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายวรยุทธ บุญมี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี นายสมเดช คงกะพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี นายเล็ก พวงต้น ประธานเครือข่าย ศพก.จังหวัดปทุมธานี ร่วมแถลงข่าว

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นศูนย์หลัก อำเภอละ 1 ศูนย์ รวมทั่วประเทศ จำนวน 882 ศูนย์ และขยายผลในรูปแบบศูนย์เครือข่าย ศพก. อีก 8,219 แห่ง ( 1 : 10 ) โดยจังหวัดปทุมธานี มี ศพก.หลัก 7 ศูนย์เครือข่าย ศพก. 108 ศูนย์ เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้และการให้บริการด้านการเกษตรในระดับชุมชน เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามเทคนิคต่าง ๆและการใช้เทคโนโลยี โดยใช้องค์ความรู้ของเกษตรกรต้นแบบร่วมกับองค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจากหน่วยงานด้านวิชาการต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร เป็นแหล่งให้บริการด้านการเกษตร ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรที่ทันสมัยจากทุกหน่วยงานที่จะเข้ามาสนับสนุนตามความต้องการของเกษตรกรและชุมชน ทั้งนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรม ศพก. และเครือข่าย ศพก. ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด เขต และระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานและบริหารจัดการ

สำหรับคำว่า 9101 (เก้าหนึ่งศูนย์หนึ่ง) ความหมายมาจาก เลข 9 คือ รัชกาลที่ 9 เลข 10 คือ รัชกาลที่ 10 คือในหลวงรัชกาลปัจจุบัน และ เลข 1 ก็คือ เป็นปีแรก ที่ขึ้นครองราช ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมีหลักการที่สำคัญของโครงการคือ น้อมนำหลักการ ทฤษฎีและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้มาปฏิบัติ ในการจัดทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ คือ น้อมนำหลักการ ทฤษฎี และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลเดชฯ ได้พระราชทานไว้ เป็นการปฏิรูปภาคการเกษตรให้เกิดผลสำเร็จ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและดำเนินโครงการ ใช้ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรของชุมชน และกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร เพื่อให้ ศพก. และเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน

ภาพ/ข่าว ขวัญชัย วาจาพารวย รายงาน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และโครงการเทศกาลอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพ อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์ (ชมคลิปคลิกเลย)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และโครงการเทศกาลอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพ อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ณ ห้องประชุมสาธารณาสุขจังหวัดปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้เปิดเวทีประชุมเพื่อเชื่อมประสานพัฒนาเครือข่ายร้านอาหาร การขับเคลื่อนงานเทศกาลอาหาร “อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์” ปี 2560-2561 โดยมี ดร.เกศแก้ว เจ๊ะโส้ เภสัชกรเชี่ยวชาญ รองนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี, นายประยูร ชื่นจิตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย (สสส.) ปทุมธานี, นางพิมพ์ปวีณ์ ทองประสงค์ นายกสมาคมธุรกิจอาหาร, นายสุชาติ สุขเจริญ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำกรมอนามัย และนางสาวณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการส่งเสริมอาหารปลอดภัยอร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์ (สสส.) ด้านนางพิมพ์ปวีณ์ ทองประสงค์ นายกสมาคมธุรกิจอาหาร กล่าวว่า เนื่องจาก สมาคมการค้าธุรกิจอาหาร ได้จัดการประชุมภาคีเครือข่ายและคณะกรรมการสมาคมการค้าธุรกิจอาหารเพื่อแนะนำคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

และแนวทางการดำเนินของสมาคมการค้าธุรกิจอาหาร และส่งเสริมปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ภายในร้านอาหารตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามศาสตร์ของพระราชา อันจะส่งผลต่อการลดต้นทุนในการประกอบอาหาร กิจกรรมการส่งเสริม ด้านสุขภาพที่ดีเพื่อประชาชน เช่น การส่งเสริมการกินผักผลไม้กิจกรรมรณรงค์ลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการไม่สูบบุหรี่ ส่วนด้าน
นางสาวณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการส่งเสริมอาหารปลอดภัยอร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์ (สสส.) กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ได้ร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาแนวคิดขับเคลื่อนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยโภชนาการคุณภาพที่ดีของอาหาร-เครื่องดื่ม สร้างการรับรู้และความเข้าใจ ส่งเสริมอาหารพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น ภายใต้คำขวัญ “อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์” เพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับการขับเคลื่อนงานเชิงบูรณาการการทำงานในเชิงลึกร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นงดเหล้าต่อไป

 

ภาพ/ข่าว ขวัญชัย วาจาพารวย รายงาน