เฮ..สุดขีด “น้องแอ็คชั่น” ทายาท ผกก.รักพ่อ ครบเดือน “โกนผมไฟ” นักธุรกิจ-เจ้าของกิจการ-นักแสดง-นักร้อง ร่วมยินดี..แหล่ม

เฮ..สุดขีด “น้องแอ็คชั่น” ทายาท ผกก.รักพ่อ ครบเดือน “โกนผมไฟ” นักธุรกิจ-เจ้าของกิจการ-นักแสดง-นักร้อง ร่วมยินดี..แหล่ม

@@@ เพื่อนพ้องน้องพี่ ป้าน้าอา ตายาย ปู่ย่า มากันเพียบ ร่วมทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ ร่วมยินดีกับน้องสุดหล่อตั้งแต่เกิด “น้องแอ็คชั่น” หรือ เด็กชายเรืองศักดิ์ จงอนุรักษ์ ทายาท ผู้กำกับละครสั้น”รักพ่อ” สื่งที่พ่อทำ คำที่พ่อสอน ซึ่งผลิตจำนวนถึง36 ตอน ออนแอร์ทางช่อง62บางกอกชาแนล ภรรยาสุดสวยคลอดบุตรชายในขณะถ่ายทำละครสั้นรักพ่อตอนสุดใจพ่อ ซึ่งขณะนี้น้องแอ็คชั่น ครบ1เดือนเต็มๆ ในวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา น้องแอ็คชั่น เดินหน้าเข้าสู่ประเพณี “โกนผมไฟ” ตามระเบียบ ซึ่งจัดที่บ้านเกิด ณ บ้านสวน ข้างวัดหนองหูช้าง

ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยได้ฤกษ์ดี เวลา 09.59น. มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือที่เคารพ อาทิ. งาม จันที, บังอร กุมมา เสี่ยหนุ่ม , ยาย บ้านสวย (ฉายาสวยในเฟส) , ประนอม มหธนภัทร เจ้าของกิจการร้านสระสี่มุมค้าวัสดุ ,วนิดา ทรัพย์อุดมมาก,บัญชา โชติกเสถียร นักแสดงจากเรื่อง สารวัตรใหญ่, ธีรชัย พึ่งฮั้ว เจ้าของกิจการผ้าใบในบ้านโป่ง ลองโทรทั่วไทยไปได้หมด 085-703–1984 ลองสั่งแล้วจะบอกว่า กั้น
น้องฝนได้จริงๆ พายกทีม “เสี่ยปลั๊ก ผ้าใบ” ฉายาพูดจริงทำจริง พูดชัด จัด


ให้ ร่วมถึงศิลปินดัง ไพร อรรถพล มาเซอร์ไพร์สุดๆ ในงาน ดันนำสุรามา เล่นเอาคนในงานขำกลิ้ง และนักร้องนักแสดง อีกมากมาย งานนี้พิธีการต้องขอขอบคุณ จิรัตติ สวัสนาที หรือ “อ.หมวย มหาชัย” นำวัตถุมงคล หลวงพ่อจำเนียร วัดเขาหลาว หรือที่ทุกคนรู้จักดี ณ วัดถ้ำเสือ หลังจากเสร็จสิ้นพิธี ร่วมรับประทานอาหารกัน อย่างสนุกสนานร่าเริง ครับท่าน,,,หนุกกันสุดๆๆๆ

ข้อมูล/ข่าว
เพชร บาวแดง

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com

อำเภอต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทยอยส่งมอบสิ่งของพระราชทานโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจฯ

อำเภอต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทยอยส่งมอบสิ่งของพระราชทานโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ให้กับประชาชนที่มาลงทะเบียน เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่บำเพ็ญประโยชน์ถวายพ่อหลวง

ที่ หอประชุมที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานมอบสิ่งของพระราชทานโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ให้กับประชาชนที่มาลงทะเบียนจิตอาสาฯ ในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการมอบในรอบแรก จำนวน 557 คน จากที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 5,503 คน โดยในส่วนที่เหลือจะมีการมอบอีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคม นี้ ทั้งนี้ จิตอาสาทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนไว้ จะมาร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ด้านต่างๆ ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ขณะเดียวกัน ที่ เทศบาลตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย นายบดินทร์ เกษมศาลติ์ นายอำเภอวังน้อย ก็ได้เป็นประธานมอบสิ่งของพระราชทานโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ให้กับประชาชนที่มาลงทะเบียนจิตอาสาฯ ในเขตอำเภอวังน้อยเช่นกัน โดยได้มอบในรอบแรกจำนวนทั้งสิ้น 848 คน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 3,731 คน นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย นายอำเภอวังน้อย จะนำพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรม “Wangnoi ๙๑๐ ปลูกเพื่อพ่อ” และ “Wangnoi ๙๑๐ ปั่นเพื่อให้” โดยพี่น้องประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้และดอกไม้สีเหลืองเกือบ 2 พันต้น ที่ บริเวณหนองน้ำสาธารณประโยชน์ หนองแขม หมู่ 6 ต.ลำตาเสา จากนั้นจะร่วมกันปั่นจักรยานไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เดชา อุ่นขาว /รายงานจากอยุธยา

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com

หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักชนเสาไฟข้างทางพลิกหงายท้อง รถพังยับทั้งคันส่งผล ตาย 1 สาหัส 2

หนุ่มซิ่งเก๋งเสียหลักชนเสาไฟข้างทางพลิกหงายท้อง รถพังยับทั้งคันส่งผล ตาย 1 สาหัส 2

เมื่อเวลา 23.30 น.ของวันที่ 9 ต.ค.60 ร.ต.อ. จุมพล ทฤษฎีสุข พนักงานสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญจุดศรีมหาโพธิ ว่าได้เกิดอุบัติเหตุ บริเวณถนน สายท่าตูม-หลังถ้ำ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ในเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย หลังจากรับแจ้ง จึงได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณดังกล่าว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบรถยนต์เก๋งนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน กฉ 8714 ปราจีนบุรี พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า อยู่ข้างทางสภาพพังยับจากการชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนขาด นอกจากนั้นพบผู้ได้รับบาด 2 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบรายชื่อ ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายมานิต พันธะวงษ์ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 61 หมู่ 2 ตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือนายประสพโชค บุญภาพ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 105 หมู่ 2 ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี อีกรายคือ นายสุรเดช มั่งคั่ง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 74 หมู่ 2 ตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว โดยสภาพรถเก๋งด้านขวาพังยับเยิน และการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุพบเสาไฟริมทางหักโค่นลงมาขวางทาง 1 ต้น และรวมไปถึงซากอะไหล่รถยนต์แตกกระจายทั่วบริเวณ

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณโดยรอบทราบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้ขับออกมาจากเส้นทางบ้านท่าตูม ด้วยความเร็วจากนั้นก็มีเสียงดังสนั่น คล้ายเสียงรถชนอะไรสักอย่าง จึงพากันวิ่งออกมาดูพบว่าได้มีรถเก๋งเสียหลักพลิกหงายท้องอยู่ข้างทางถึงได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยออกมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังติดค้างอยู่ภายในรถ เพื่อนำส่งโรงพยาบาล ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตได้บอกว่า ก่อนหน้าที่จะมาเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดได้นั่งคุยกันอยู่ที่บริเวณบ้านหาดทรายทอง จากนั้นนายสุรเดช ซึ่งเป็นคนขับรถได้มีปากเสียงกับภรรยาจึงได้คว้ากุญแจขับรถออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปส่งเพื่อนที่บ้าน จากนั้นไม่นานก็มาประสบอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ในเบื้องต้นสาเหตุคาดว่ารถเก๋งคันดังกล่าวน่าจะขับมาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บดังกล่าว/////////////////

ภาพ/ข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี ภาพ/ข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com

สุดเวทนา!สาวพิการทางสมองถูกหมาไล่เห่าเข้าป่าหายไป 8 วัน ก่อนพบนั่งรอคนมารับมือเท้าซีดจากการนั่งแช่น้ำ

สุดเวทนา!สาวพิการทางสมองถูกหมาไล่เห่าเข้าป่าหายไป 8 วัน ก่อนพบนั่งรอคนมารับมือเท้าซีดจากการนั่งแช่น้ำ

ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ออกตามหาหญิงสาวพิการทางสมอง หลังหายออกจากบ้านพักนานกว่า 8 วัน โดยทราบข้อมูลจากนายพรชัย แม่นปืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่าได้รับแจ้งจากทางญาติของผู้สูญหาย ว่า น.ส.พรทิพย์ นงค์พรหมมา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 9809 หมู่ 4 ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จนผ่านไปหลายวันก็ยังไม่กลับมา

นายพรชัย แม่นปืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ได้เดินทางไปแจ้งความคนหาย ไว้ที่ สภ.ประจันตคามเมื่อวันที่ 8 ต.ค. จากการสอบถามญาติของผู้สูญหายทราบว่า น.ส.พรทิพย์ ที่มีอาการป่วยพิการทางสมอง ปกติเดิมทีเคยอยู่กับแม่กันสองคนที่บ้าน แต่หลังจากที่แม่เสียไปกว่า 5 ปี มักจะชอบเดินไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่เป็นประจำ แต่ก็กลับเข้าบ้านทุกครั้ง จนเป็นที่ชินตากับชาวบ้าน แต่ครั้งนี้ผิดปกติกว่าทุกครั้ง เนื่องจากหายไปหลายวัน เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้ออกตามหากันมาหลายวัน เมื่อไม่พบตัว วันนี้จึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน
ในวันนี้ 9 ต.ค. 2560 นายพรชัย แม่นปืน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 พร้อมด้วยญาติของน.ส.พรทิพย์ ชาวบ้านอีกหลายๆคน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จุดบริการอำเภอประจันตคาม ได้ลงพื้นที่ออกตามหา ตามเส้นทางที่ น.ส.พรทิพย์ ใช้อยู่เป็นประจำ

และสอบถามจากผู้ที่พบเห็น ในจุดที่ยังไม่ได้ค้นหา จนกระทั่งทราบจากผู้ที่พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา โดยเห็น น.ส.พรทิพย์ ได้เดินเข้าไปในป่ายูคาหลังหมู่บ้านโคกสว่าง จึงได้พากันเดินหา จนกระทั่งมาพบตัวน.ส.พรทิพย์ นั่งแช่น้ำอยู่ใต้ต้นยูคา จึงได้ช่วยกันนำตัวขึ้นมา พบว่า บริเวณมือและเท้าซีดขาว เนื่องจากแช่น้ำอยู่หลายวัน และยังมีอาการตกใจกลัวอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลประจันตคาม เพื่อให้การช่วยเหลือ เนื่องจาก น.ส.พรทิพย์ อดอาหารมาหลายวัน และมือเท้าเริ่มเปื่อย สำหรับข้อมูลที่ได้มาจากชาวบ้านทราบว่า น.ส.พรทิพย์ ที่มีอาการป่วยทางจิต ชอบเดินไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด แต่น.ส.พรทิพย์ จะมีอาการหวาดกลัวสุนัขมาก จึงคาดว่า ถูกสุนัขรุมไล่เห่าจึงหนีเข้าไปในป่ายูคา และไม่กล้าออกมา จึงได้นั่งซ่อนตัวอยู่คนเดียว ก่อนที่ชาวบ้านจะมาช่วยเหลือ/////////////////////

 

 

ภาพ/ข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี

เทศบาลเมืองปราจีนบุรีเตรียมพร้อมรับมือน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ชมคลิปคลิกเลย)

หลังจากที่ในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีได้มีหลายพื้นที่ที่รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว มวลน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีก็เพิ่มขึ้นมาตามเส้นทางอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้ามาถึงพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ระดับน้ำเริ่มมีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน มีการปิดเส้นทางที่อยู่ใกล้แม่น้ำ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเส้นทาง ทำให้หลายหน่วยงานต้องมีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมกับการรับมือ หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแบบฉับพลัน

วันนี้ 10 ตุลาคม 2560 นายบรรเจิด พฤกษะศรี รักษาการนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปราจีนบุรี หลังจากที่ได้มีการประชุมกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทาน เพื่อเตรียมความพร้อมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ โดยชลประทานได้มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อติดตั้งในชุมชนที่อยู่ริมน้ำ และในพื้นที่ต่ำ พร้อมทั้งมีการเช็คระดับน้ำในทุกๆ ชั่วโมง ซึ่งในขณะนี้ในพื้นที่ต่ำเริ่มมีระดับน้ำสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย ความสูงห่างจากถนนประมาณ 70 เซนติเมตร ในเขตเทศบาลเมืองประมาณ 1.20 เมตร

ทั้งนี้เทศบาลเมืองปราจีนบุรียังได้จัดให้มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วจาก งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองปราจีนบุรี มีการเตรียมความพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง หากมีประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ก็จะมีการเข้าช่วยเหลือในทันที และเทศบาลยังมีการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เพื่อแจ้งเตือนประชาชน หากมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน สำหรับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น เริ่มมีปริมาณน้ำเข้าถึงอำเภอบ้านสร้างแล้ว แต่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก หากฝนทิ้งช่วงระดับน้ำก็จะทรงตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง////////////////////////

 

ภาพ/ข่าว มานพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี

จับหนุ่มชาวพระนครศรีอยุธยาอ้างเป็นสมาชิกกลุ่มไบค์เกอร์ เรี่ยไรทรัพย์

จับหนุ่มชาวพระนครศรีอยุธยาอ้างเป็นสมาชิกกลุ่มไบค์เกอร์ เรี่ยไรทรัพย์

เมื่อวันที่11ตุลาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ โดยการสั่งการของพันตำรวจเอกอภิวัชรไชยศรีสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ สั่งการให้ตำรวจสายตรวจทำการควบคุมตัว นายสุกิจ สุภกิจ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาสอบสวน หลังได้รับแจ้งจาก สมาชิกกลุ่มไบค์เกอร์ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า พบชายดังกล่าว แอบอ้างเป็นนักข่าวช่อง 8 และยังแอบอ้าง เป็นสมาชิกกลุ่มรถบิ๊กไบค์เชียงใหม่ เดินสายเรี่ยไร รับเงินบริจาค ย่านถนนไนท์บาร์ซ่าร์ กลางเมืองเชียงใหม่ และยังเคยพบ เรี่ยไรเงิน ในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด จนได้แจ้งเตือนกันในสังคมออนไลน์

เบื้องต้นในการสอบสวน นายสุกิจ บอกว่า เดิมมีอาชีพป็นช่างเชื่อม ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่รายได้ไม่ดี จึงนั่งรถไฟฟรีมาที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่ารถจักรยานยนต์วันละ 200 บาท เปลี่ยนทุกคันไปเรื่อยๆ แอบอ้างตัวเป็น สมาชิกกลุ่มไบค์เกอร์ และ นักข่าวช่อง 8 เดินสายเรี่ยไรเงิน โดยได้ให้ร้านถ่ายเอกสาร-ปริ้นสี นำโลโก้ ช่อง 8 จากอินเตอร์เน็ต และนำรูปของตนเอง มาติดเคลือบพลาสติกใส ทำเป็นบัตรนักข่าวแขนคอ ออกเรี่ยไรเงิน และ ทำเอกสารรับเงินบริจาค เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และ ที่เลือกช่อง 8 เนื่องจากมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก

นายสุกิจ ยอมรับอีกว่า ทำมาตั้งแต่ปี 2559 มีรายได้วันละ 3-4 พันบาท เปลี่ยนพื้นที่ไปเรื่อยๆ ทั้ง จังหวัดเชียงใหม่,ลำพูน,ลำปาง รวมถึงภาคกลาง เช่นที่ จังหวัดลพบุรี เมื่อได้เงิน ก็จะนำไปเช่าโรงแรมเป็นที่พัก แล้วซื้อสุรามาดื่ม ตระเวนเที่ยวราตรีทุกคืน เช้ามาก็ออกไปขอรับบริจาคอีก ทั้งนี้ ได้ขอโทษ กลุ่มไบค์เกอร์เชียงใหม่ และ ทางช่อง 8 ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ยืนยัน จะไม่ทำเช่นนี้อีก

 

ขณะที่ กลุ่มไบค์เกอร์เชียงใหม่ ยืนยันว่า กลุ่มไม่มีการ เดินสายเรี่ยไรแต่อย่างใด หากจะทำการกุศล จะรวบรวมเงินกันเองในกลุ่ม เพราะสมาชิกส่วนมาก เป็นเจ้าของกิจการ นักธุรกิจ มีรายได้เพียงพออยู่แล้ว ขณะที่ ช่อง 8 ก็ไม่มีนโยบาย ในการขอรับบริจาคผ่านตัวแทนบุคคลใดๆทั้งสิ้น

เบื้องต้น ตำรวจ แจ้งข้อหา เรี่ยไรในถนนหลวง หรือ ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับเป็นเงิน 200 บาท ก่อนปล่อยตัวไป ส่วนโทษอื่นๆ เช่นฉ้อโกงประชาชน ต้องให้ผู้ที่เคยหลงเชื่อบริจาค เข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมทั้งเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ก็ต้องให้ ผู้เสียหาย แจ้งความเอาผิดต่อไป.

 

ภาพ/ข่าว นิวัตร เชียงใหม่

ตำรวจจับยาบ้า 50,000 เม็ด

ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 5 ตามรวบผู้ต้องหารับจ้างขนยาบ้าจากแนวชายแดนไทย เพื่อบ้านเข้ามาเพื่อส่งต่อนายทุนจำนวนกว่า 50,000 เม็ด ถูกจับให้การรับสารภาพ ร่วมกันเพื่อนร่วมแก๊งทำการขน ได้รับค่าจ้าง 10,000 บาทและ ยาบ้า 10,000 เม็ด มาซุกซ่อนไว้หลังป้ายใกล้สะพานบ้านแม่เมืองน้อย ถูกตำรวจ ทหารวางแผนจับกุมตัว ดำเนินคดี

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 11 ตุลาคม 2560 โดยการอำนวยการของ พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 ,พลตำรวจตรี ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 ,พลตำรวจตรี จารึก ลิ้มสุวรรณ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 5 พตอ.วรพงศ์ คำลือ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค5 พันตำรวจเอกก่ำแก้ว สุยาติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พันเอก จิตรพล รุจานันท์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3, ร้อยเอกเจริญศักดิ์ บุตรวงค์ หัวหน้าชุดทหารพราน3502 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 ได้ทำการจับกุมตัวนายสมาน กันธะเภา อายุ 52 ปี ที่อยู่ 201/1 หมู่ 2 ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จว.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง เงินธนบัตรไทย จำนวน 10,000 บาท,โทรศัพท์มือถือยี้ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง ,รถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียน ผร 4343 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฝางเชียงใหม่ ดำเนินคดีโดยกล่าวหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเพสติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)เมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

ทั้งนี้ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 5 นำโดย พ.ต.อ.วรพงศ์ คำลือ รอง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีนายน้อยหรือสมาน กันธะเภา (ทราบชื่อภายหลัง)มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และจะทำการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาส่งให้กับสายลับในเขตพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยนัดหมายสถานที่รับมอบกันบริเวณริมถนนหน้าร้านสะดวกชื้อ 7-11 ฝั่งตรงข้ามตลาดสด หมู่ 5 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้นำกำลังผสม 20 นาย เข้าทำการซุ่มที่หัวสะพานบ้านห้วยน้ำเย็น หมู่ที่ 4 ตำบลท่าตอน ข้ามไปบ้านแม่เมืองน้อยหมู่ที่ 14 ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่เป็นเส้นทางที่ขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้ในการลักลอบขนยาบ้าเป็นประจำ
เวลาต่อมาได้มีรถยนต์สีเทาหมายเลขทะเบียน ผร 4343 เชียงใหม่ ได้ขับมาเส้นทางที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ซุ่มรออยู่ ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกและให้รถหยุดแล้วทำการตรวจค้นในตัวรถ พบกระสอบฟางสีขาว ข้างในมีถุงผ้าสีดำขาวแบบสะพายข้างในมียาบ้าจำนวน 22 มัด นับยาบ้าได้จำนวนประมาณ 44,000 เม็ด ทราบชื่อผู้ต้องหาคือนายสมาน กันธะเภา อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 201/1 หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้สอบสวนปากคำ

เบื้องต้นนายสมาน กันธะเภา ผู้ต้องที่ถูกจับกุมได้ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากชาวเขาบ้านห้วยส้าน อำเภอแม่อายให้ทำการลำเลียงยาเสพติดจำนวน 50,000 เม็ด จากแนวชายแดนไทยเพื่อนบ้านให้นำยาบ้าไปส่งนายทุนในเขตพื้นที่อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย โดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท จึงได้ร่วมกันกับนายศักดิ์ หรืออำนวย เจริญสิงห์ อายุประมาณ 58 ปี อยู่หมู่ 1 ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทำการขนยาบ้าจำนวน 50,000 เม็ด เข้ามาซุกซ่อนไว้ที่บริเวณป่าละเมาะริมถนนหลังป้ายโฆษณาปุ๋ยใส่ส้ม ก่อนข้ามสะพานน้ำกก บ้านแม่เมืองน้อย หมู่ 1 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะนำยาบ้าจำนวน 10,000 เม็ดไปส่งมอบต่อให้กับสายลับ บริเวณริมถนนหน้าร้านสะดวกชื้อ 7-11 ตรงข้ามตลาดหมู่ 5 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และมามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย.

ภาพ/ข่าว นิวัตร เชียงใหม่
//////////////////////////////////////////

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตรวจยึด ไม้แปรรูปมาซุกบ่อน้ำ

เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรเชียงใหม่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ สปป. 3 /เจ้าหน้าที่ป่าไม้เชียงใหม่หน่วยป้องกันรักษาป่าเชียงใหม่ที่ 45 และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนานำกำลังเข้าตรวจค้นนาข้าวและบ่อปลาใน ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าวหลังจากได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้แปรรูปมาซุกซ่อนไว้

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ สปป. 3 ลงงมหาไม้แปรรูปที่ซุกซ่อนภายในบ่อปลาของนายสมบูรณ์ มหายศ ภายในหมู่บ้านเหล่า ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
พันตำรวจโท กิตติ์ธนัตถ์ มหาวันแจ่ม สารวัตรหัวชุด
ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรเชียงใหม่
เปิดเผยว่าหลังมีการลงพื้นที่อำเภอพร้าวในการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ซุกซ่อนอำพรางไม้แปรรูปที่มีการลักลอบตัดมาจากป่าต้นน้ำห้วยโก๋นตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนรวมถึงตรวจค้นบ้านนายสุภาพ อารามแก้ว กำนันตำบลป่าไหน่ที่มีไม้แปรรูปและไม้ท่อนซุกซ่อนภายในบ้านพัก
ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เมื่อทราบข่าวและพบเห็นการลักลอบตัดไม้ได้แจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายศาลและสนธิกำลัง
เจ้าหน้าที่ป่าไม้เชียงใหม่ หน่วยป้องกันรักษาป่าเชียงใหม่ที่ 45 และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา

ให้เข้าตรวจสอบร่วมเนื่องจากได้รับรายงานว่าในพื้นที่บ่อปลาและนาข้าวมีการลักลอบตัดไม้แปรรูปกระยาเลยมาซุกซ่อนอำพรางไว้
จากการลงงมในบ่อปลาเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะพบไม้กระยาเลยแปรรูปขนาดใหญ่อยู่ใต้บ่อปลาทั้งหมด 6 แผ่นจึงได้ลำเลียงขึ้นมาบนบก
นอกจากนี้ยังพบไม้แปรรูปอีกจำนวนหนึ่งในซุกซ่อนอยู่ในนาข้าอีก 5 แผ่น จึงได้ยึดมาเป็นของกลางก่อนจะดำเนินคดีกับนายสมบูรณ์ มหายศ ในข้อหามีไม้กระยาเลยแปรรูปไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต และรับไว้ ซ่อนเร้นจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่ผิด พรบ.ป่าไม้ 2484 จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

 

ภาพ/ข่าว นิวัตร เชียงใหม่

น้ำท่วมดอยเต่า นายอำเภอฯ นำชมรมกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน เร่งบรรเทาทุกข์ให้การช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าพื้นที่เพื่อดูแลความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทย

น้ำท่วมดอยเต่า นายอำเภอฯ นำชมรมกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน เร่งบรรเทาทุกข์ให้การช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าพื้นที่เพื่อดูแลความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทย

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ว่าที่ร้อยตรีบำรุงเกียรติ วินัยพานิช นายอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการประชุมเตรียมความพร้อมจิตอาสาฯ พร้อมบูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน แพทย์ เกษตร พัฒนาชุม และจิตอาสาฯ
หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วมขังใน ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ถึง 8 ตุลาคมที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำในเขื่อนภูมิพลเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านของชาวบ้าน3 หมู่บ้านคือบ้านหนองผักบุ้ง ตำบลปงตันบ้านดงมะดะ และบ้านแปลงห้า ตำบลท่าเดื่อ


ทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยเกี๋ยง. ต.ท่าเดื่อ ได้รับความเสียหายและพื้นที่นาปลูกข้าวในบริเวณ พื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้รับความเสียหายนอกจากนี้ยังมี. ถนนลูกรังในตำบล บงตันได้รับความเสียหายจำนวนหลายสาย เบื้องต้นทางอำเภอได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบและตรวจสุขภาพผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัยและเร่งสำรวจความเสียหายด้านพืชผลการเกษตร/บ้านของชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบ

 

ขณะเดียวกันก็ได้แจ้งให้ทางกำนันและผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ให้แจ้งเตือนประชาชนหากฝนตกหนักในพื้นที่ให้เร่งอพยพข้าวของเครื่องใช้ไว้บนพื้นที่สูง ขณะเดียวกันทางด้านนายประวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้น ในวันที่ 10 ตุลาคม 2560 เวลา 15.00 น. ณ พื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรายงานไปยังกระทรวงมหาดไทยและจะไดดำเนินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

ภาพ/ข่าว นิวัตร เชียงใหม่

ตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลัง นำหมายค้นบริษัททัวร์เชียงใหม่ หวั่นทัวร์ต้นทุนต่ำและเป็นนอมินีจีน

ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่สนธิกำลังกว่า 30 นาย นำหมายค้นตรวจสอบบริษัททัวร์ หลังทัวร์ต้นทุนต่ำขายทางเว็บไซต์ระบาด และหวั่นเป็นนอมินีจีน

เมื่อ 13.00 น.วันที่ 10 ตุลาคม 60 พ.ต.ต.พิษณุ เตรียมดี สารวัตรท่องเที่ยว กองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว 2 เชียงใหม่ พร้อมทหาร ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ สภ.เมือง เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงใหม่ กว่า 30 นาย นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 604/2560 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2560 เข้าตรวจค้นที่ บริษัท ซีเอ็ม พาราไดซ์ ทัวร์ จำกัด เลขที่ 11/9 ถนนศรีดอนชัย ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของนางอัญชลี วิทยานันทพรกุล เป็นเจ้าของ และมีตำแหน่งเป็นรองประธานสภาฝ่ายต่างประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกระบุว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีมีการขายทัวร์จีนในราคาต้นทุนต่ำทางเว็บไซต์เถาเป่า ของประเทศจีน ตามที่ผู้ประกอบการทัวร์ในเชียงใหม่ส่วนใหญ่ได้เคลื่อนไหวไปแล้วก่อนหน้านี้

การตรวจค้นในวันนี้ทางด้านอัญชลี วิทยานันทพรกุล ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการนำตรวจสอบเอกสารต่างๆ ซึ่งพบว่ามีใบอนุญาตประกอบการท่องเที่ยว ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารสำคัญอื่นๆใส่ในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจะได้เดินทางไปตรวจสอบที่ บริษัท ไทจิง หยังโจว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ของชาวจีน อยู่ย่านบ้านบวกครก ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อีกแห่งหนึ่ง

ทางด้าน นางสาวอัญชลี วิทยานันทพรกุล เจ้าของ บริษัท ซีเอ็ม พาราไดซ์ ทัวร์ จำกัด กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบครั้งนี้จะได้มีการดูการทำงานที่มีมาตรฐานของบริษัท เพื่อที่จะสร้างความเชื่อถือ และความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมามาเที่ยวเชียงใหม่ อย่างน้อยต้องการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากขึ้น การตรวจสอบก็เพื่อแสดงความโปร่งใส ถ้าหากมีอะไรผิดก็พร้อมที่จะชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน หันหน้ามาคุยกัน เรื่องทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดี และขอปฎิเสธว่าทางบริษัทตนนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทัวร์จีนต่ำกว่าทุนแต่อย่างใด
พ.ต.ต.พิษณุ เปิดเผยว่า การตรวจสอบวันนี้ได้เก็บเอกสารหลายอย่างไว้ตรวจสอบ ส่วนเอกสารการทำธุรกิจรถเช่า ทั้งรถตู้สาธารณะ และส่วนบุคคล จะต้องตรวจสอบรถที่ร่วมให้บริการทุกคันว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.รบ.ขนส่งทางบก ซึ่งมีโทษปรับตามกฎหมาย.

 

ภาพ/ข่าว นิวัตร เชียงใหม