กองทัพเรือ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (แห่งใหม่) (ชมคลิปคลิกๆ)

กองทัพเรือ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (แห่งใหม่) ณ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เขตบางกอกน้อย
เมื่อวันที่ 18 ก.ย.61 โดยมี พลเรือเอก นวพล ดำรงพงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน

 

เพื่อใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถจัดแสดงนิทรรศการจัดการประชุม และจัดกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยมุ่งหวังให้พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งนี้ มีความสมบูรณ์เป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศและอีกประการหนึ่งที่สำคัญ เป็นการปลูกจิตสำนึกให้กับกำลังพลของกองทัพเรือ ที่ได้ดูตัวอย่างการเสียสละของอดีตบรรพบุรุษทหารเรือในอดีต จากการรวบรวมผลการปฏิบัติงานจริง และภาพเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับพี่น้องชาวไทย และกำลังพลของกองทัพเรือในอนาคต


สำหรับ กิจกรรมด้านพิพิธภัณฑ์ของกองทัพเรือเริ่มมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2485 ซึ่งเริ่มแรกเป็นเพียงขั้นตอนรวบรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี จากที่ต่างๆ ในกองทัพเรือ นำมาสงวนรักษาไว้ที่อาคารราชนาวิกสภาชั้นล่าง ตรงข้ามท่าราชวรดิฐ ต่อมา พ.ศ. 2501 ได้ย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือไปอยู่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จนกระทั่ง พ.ศ.2515 ได้ย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือไปอยู่ที่ ต.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ จนถึงปัจจุบัน
แต่เนื่องจากการจัดแสดงนิทรรศการมีสภาพเก่า และอยู่ไกลจากพื้นที่ต่างๆ กองทัพเรือเห็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่เดิมพื้นที่นี้เป็นพระราชนิเวศน์ของเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก

ซึ่งต่อมาทรงปราบดาภิเษกขั้นเป็นรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ประกอบกับกองเรือลำน้ำเดิมมีแผนย้ายอยู่บริเวณ บางนา กองทัพเรือจึงดำเนินโครงการย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จากพื้นที่ ต.ปากน้ำ มายังพื้นที่พระนิเวศน์ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ซึ่งโครงการฯ ได้อนุรักษ์อาคารเก่าและทำการปรับปรุงเพื่อจัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ และการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ โดยวางแผนในการบูรณะอาคารเดิมไว้สำหรับจัดแสดงนิทรรศการ และได้วางศิลาฤกษ์ อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่ เพื่อเป็นอาคารที่สามารถจัดแสดงนิทรรศการ จัดการประชุม และจัดกิจกรรมอื่นๆ ได้ ทำให้พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่นี้มีความสมบูรณ์ และเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน อีกทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อไป

สถาบันอาหาร ร่วมกับ พช. และ สสว. พาเหรดทัพอาหารและสินค้าไทย จัดงานใหญ่ “Thai Taste Expo 2018” ณ สวนนงนุชพัทยา คาดคนร่วมงานกว่า 30,000 คน สร้างเงินสะพัดมากกว่า 10 ลบ. (ชมคลิปคลิกๆ)

สถาบันอาหาร ร่วมกับ พช. และ สสว. พาเหรดทัพอาหารและสินค้าไทย จัดงานใหญ่ “Thai Taste Expo 2018” ณ สวนนงนุชพัทยา
คาดคนร่วมงานกว่า 30,000 คน สร้างเงินสะพัดมากกว่า 10 ลบ.

 

สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กรมการพัฒนาชุมชน สสว. และหน่วยงานพันธมิตร จัดงานใหญ่ “Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย” ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ สวนนงนุช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี คัดสรรร้านค้าผู้ประกอบการเครือข่ายทั่วประเทศออกบูธในงานกว่า 600 บูธ บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร อิ่มอร่อยกับอาหารไทยจากทั่วทุกสารทิศ ตระการตากับสินค้าโอทอปคุณภาพดีจากลุ่มน้ำโขงและโอทอปไทย บูธผู้ประกอบการโครงการส่งเสริมมาตรฐานอาหารไทย การออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นเมืองพัทยา ฯลฯ เรียนรู้นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต เติมเต็มกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ โอกาสการเจรจาธุรกิจผู้ซื้อพบผู้ขาย เต็มอิ่มกับความบันเทิงมากมาย คาดคนร่วมงานกว่า 30,000 คน สร้างเงินสะพัดในงานกว่า 10 ล้านบาท ก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจมากถึง 100 ล้านบาท

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการ สถาบันอาหาร กล่าวถึงแนวคิดในการจัดงาน Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย ว่า “จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างช่องทางการค้าใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ สถาบันอาหารจึงมีแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารไทยพาณิชย์ เอสเอ็มอีแบงก์ บสย. รวมทั้งสวนนงนุช และเมืองพัทยา
โดยงานนี้มีผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วมออกบูธกว่า 600 บูธ บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ บูธนิทรรศการนวัตกรรมด้านอาหารและวิชาการ บูธผู้ประกอบการโครงการอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง บูธผู้ประกอบการโครงการส่งเสริมมาตรฐานอาหารไทย Authentic บูธผู้ประกอบการ SMEs ด้านอาหาร รวมทั้งบริการ อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร และเวทีกิจกรรมเสวนา และความบันเทิงต่างๆ ส่วนพื้นที่ด้านหน้าจัดแสดงสินค้าภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการค้าการลงทุนตามแนวชายแดน และเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จำนวน 750 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสินค้าของผู้สนับสนุน และการออกร้านของหน่วยงานท้องถิ่นเมืองพัทยาอีกด้วย


Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย จัดที่สวนนงนุชพัทยา ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ซึ่งจะเป็นการเปิดศักยภาพมุมมองใหม่ ๆของจังหวัดชลบุรี ประตูการค้าภาคตะวันออก ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงเทพฯ โดยปี 2560 ที่ผ่านมา จังหวัดชลบุรีมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 16 ล้านคน หากสามารถดึงนักท่องเที่ยวดังกล่าวเข้ามาเยี่ยมชมงานได้ ก็จะเป็นการสร้างการรับรู้ เผยแพร่ประสบการณ์ไปสู่ตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานประมาณ 30,000 คน เป็นนักท่องเที่ยว 50% และคนในพื้นที่ 50% สามารถสร้างรายได้ในการจำหน่ายสินค้าภายในงานประมาณ 10 ล้านบาท กระตุ้นให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท


นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานดังกล่าวว่า “กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์โอทอป รวมทั้งสร้างช่องทางการจำหน่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการ OTOP ไทยสามารถแข่งขันได้ และยังเพิ่มศักยภาพการค้าการลงทุนเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในภาคอีสาน 20 จังหวัด จำนวน 4,600 ราย โดยทางกรมการพัฒนาชุมชนได้นำผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเหล่านี้มาร่วมออกบูธในงาน Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย รวม 80 บูธ ประกอบไปด้วยสินค้ากลุ่มอาหาร กลุ่มสมุนไพรที่มิใช่อาหาร กลุ่มของใช้และกลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่มีความโดดเด่นแสดงถึงอัตลักษณ์ของภาคอีสานแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาชื่นชมและสนับสนุนสินค้าไทย หนุนให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็ง


สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่คัดสรรผู้ประกอบการเข้าร่วมออกบูธในงานจำนวน 320 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากผลผลิตในโครงการที่ สสว. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันอาหารมาตลอดระยะเวลา 2 ปี นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า “สสว. เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารที่มีจำนวน 106,000 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ (GDP) มูลค่า 295,000 ล้านบาทในปี 2559 จึงได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานและนำผู้ประกอบการเข้าร่วมออกบูธจำนวนกว่า 320 ราย และขอเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าร่วมชมงานนี้ที่รวบรวมสุดยอดอาหารและสินค้าไทยมารวมไว้ในแห่งเดียว ท่านจะได้เห็นไอเดียสร้างสรรค์ของ OTOP และ SMEs ไทยในการนำวัตถุดิบท้องที่ มาผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าได้อย่างภาคภูมิ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมงาน Thai Taste Expo 2018 : สุดยอดศาสตร์ ศิลป์ แห่งอาหารและสินค้าไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ สวนนงนุช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

หนีกระเจิง เปิดประตูห้องน้ำเตรียมปลดทุกข์เจองูยาวเกือบ2เมตรนอนขดตัวข้างถังน้ำ ด้านเจ้าหน้าที่ฝากควรระวังสัตว์มีพิษช่วงหน้าฝน (ชมคลิปคลิกๆ)

หนีกระเจิง เปิดประตูห้องน้ำเตรียมปลดทุกข์เจองูยาวเกือบ2เมตรนอนขดตัวข้างถังน้ำ ด้านเจ้าหน้าที่ฝากควรระวังสัตว์มีพิษช่วงหน้าฝน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดบริการประชาชน ตู้ยามสะพานใหม่ ได้รับแจ้งจากประชาชน ว่ามีงูอยู่ในห้องน้ำลักษณะคล้ายกับงูเห่า และมีขนาดลำตัวใหญ่มาก จึงทำการประสานเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ที่เชี่ยวชาญ ในการจับงูเข้าตรวจสอบ ที่บริเวณบ้านเลขที่ 422 ม.3 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู พบกับ งู ขนาดใหญ่ นอนขดตัวอยู่ข้างถังน้ำ จึงใช้คีม และอุปกรณ์จับออกมา และพบว่างูตัวดังกล่าวเป็นงูสิงห์ ขนาดยาวกว่า2 เมตร ซึ่งไม่มีพิษ


จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ แต๋ตวง อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะนั้นตนเองกำลังจะเข้าห้องน้ำเพื่อทำการปัสสาวะ แต่ก็สังเกตว่าภายในห้องน้ำมีเสียงเหมือนมีตัวอะไรทำเสียงขู่ ฟ้อๆ แต่ก็ต้องตกใจมาก เมื่อพบว่ามีงูอยู่ในห้องน้ำ ลำตัวใหญ่มาก จึงทำการรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ
ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับงูสิงห์ตัวนี้ออกมาเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งงูชนิดนี้เป็นงูที่ไม่มีพิษ โดยอยากจะขอฝากเตือนประชาชน ว่าในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงของหน้าฝน จะมีสัตว์มีพิษ ออกมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นงู ตะขาบ ฯลฯ ก็ขอให้ประชาชนระมัดระวัง หากไม่มีคามชำนาญในการจับ งูที่มีพิษ ก็ของให้แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะถูกกัด และหากถูกกัดก็ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที


วรชล ฟักขาว ภาพ/ข่าว จ.ชัยนาท รายงาน

นายกฯเคาะก่อสร้างระบบระบายน้ำบึงกาฬ สั่งสำรวจออกแบบพัฒนาลุ่มน้ำอีสาน

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1
เน้นย้ำโครงการต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณเป็นหลัก พร้อมขอให้ช่วยกันสร้างห่วงโซ่มูลค่า สร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง

 

ในด้านแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการแก้ปัญหาอุทกภัย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ที่ประชุมเห็นชอบให้เร่งรัดดำเนินการพัฒนาระบบชลประทานลุ่มน้ำป่าสัก ส่วนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ที่ประชุมเห็นชอบการก่อสร้างระบบระบายน้ำในเมือง จ.บึงกาฬ และศึกษาความเหมาะสมพัฒนาลำน้ำสวยเพื่อภาคการเกษตร รวมถึงศึกษาสำรวจออกแบบการพัฒนาลุ่มน้ำในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1
โดยก่อนหน้านี้​ที่ประชุม กนช. อนุมัติปรับแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นแผนแม่บทสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เดินหน้าเร่งรัดดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ไฟเขียว 11 โครงการขนาดใหญ่ เร่งขับเคลื่อน 162 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาถึงการดำเนินโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ (Area Based) ในปี 2562 ที่พร้อมดำเนินการมีทั้งสิ้น 11 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 73,679 ล้านบาท โดย 4 โครงการได้ผ่านการพิจารณาของ กนช. แล้วคือ โครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เลย โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จ.หนองคาย โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี จ.ชัยภูมิ และโครงการบรรเทาอุทกภัย เมืองชัยภูมิ (ระยะที่1) คงเหลือที่จะเสนอเพิ่มเติมอีก 7 โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและมีความพร้อมที่จะดำเนินการ คือ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองแสนแสบ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองทวีวัฒนา โครงการประตูระบายลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการประตูระบายน้ำบ้านก่อ พร้อมระบบส่งน้ำ จ.สกลนคร โครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชัยภูมิ

นอกจากนั้น ในด้านของการขับเคลื่อนแผนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านพัฒนาแหล่งน้ำ​ทาง สทนช. ได้จัดลำดับความสำคัญในการพิจารณาแผนงาน งบประมาณโครงการพระราชดำริที่มีความพร้อม ไม่ติดปัญหาอุปสรรคใดเป็นลำดับแรก ซึ่งสามารถจัดกลุ่มแนวทางการขับเคลื่อนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่ได้ดำเนินการ ประกอบด้วย 1. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จำนวน 78 โครงการ 2. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จำนวน 22 โครงการ และ 3. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จำนวน 62 โครงการ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ สำนักงาน กปร. ร่วมกับ สทนช. สรุปความก้าวหน้าในการจัดทำแผนการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่ หนุ่มตัดแปะลอตเตอรี่แถมกล้าเอามาขึ้นเงินที่ร้าน (ชมคลิปคลิกๆ )

ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่ หนุ่มตัดแปะลอตเตอรี่แถมกล้าเอามาขึ้นเงินที่ร้าน ซอยสุขสวัสดิ์26

 

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังจากที่ในโลกโซเชี่ยล ได้มีการแชร์ ภาพบุคคลทีนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาขึ้นเงิน โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อ Ployiiz Melody โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดทีเกิดเหตุดังกล่าว ภายในซอยสุขสวัสดิ์26 แขวงบางประกอก เขตราษฏร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยร้านรับซื้อเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดแผงอยู่บริเวณกลางซอย

โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุย กับ นายจักร์กฤษณ์ ตันติประเสริฐศรี อายุ 64 ปี โดยได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 16 กันยายน 2561 ว่า “ในขณะที่เกิดเหตุนั่นจะมีคนนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขึ้นเงินเป็นจำนวนมาก โดยอาศัยช่วงชุลมุน โดยผู้ก่อเหตุนั่น นั่งมอไซค์รับจ้างมา แล้วนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขึ้นเงินเลขท้าย3ตัว เลข 155 จะได้รับเงินรางวัล 4,000 ฿ แต่พอตรวจสอบแล้วมีการปลอมเลขโดยเอาเลขมาแปะไว้ โดยตนเองนั่นอยู่กับลูกสาวได้บอกลูกสาวให้รีบโทรแจ้งตำรวจในระหว่างนั่นเมื่อชายทีเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาขึ้นเงินรู้ตัว จึงรีบหลบหนีไป

ส่วนผู้ที่โพสต์ในโลกโซเชี่ยลนั่น คือ นางสาวพัชรี ตันติประเสริฐศรี ซึ่งเป็นลูกสาว คุณจักร์กฤษณ์ ได้เล่าว่าก่อนหน้านี้ ทีร้านของตนและบิดาเจอเหตุการณ์นี้มาบ่อย ตนเองเลยซื้อเครื่องแบคไลท์ มาไว้ที่ร้านเพื่อตรวจสอบควบคู่กับการสแกนคิวอาร์โค็ตที่สลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อป้องกันสลากปลอม

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

7 ชีวิตที่สูญหาย ยังไม่รู้ชาตะกรรม หลายภาคส่วนยังเร่งระดมค้นหาผู้สูญหายภายใต้กองไม้และดินโคลน ที่ทับถมหนาแน่น (ชมคลิปคลิกๆ )

ข่าวแม่สะเรียง วันที่ 17 กันยายน 2561
7 ชีวิตที่สูญหาย ยังไม่รู้ชาตะกรรม หลายภาคส่วนยังเร่งระดมค้นหาผู้สูญหายภายใต้กองไม้และดินโคลน ที่ทับถมหนาแน่น

ณ พื้นที่พักพิงศูนย์อพยพบ้านแม่ละอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หลายหน่วยงานร่วมกันเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 7 คน ที่ยังไม่รู้ชาตะกรรม ภายหลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่พักพิงฯบ้านแม่ละอูน หมู่ที่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน สูญหาย 7 บาดเจ็บ 11 คน

 

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พันเอก กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พันเอกณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 พันเอกวุฒิ ปฐมเรืองกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พันเอกพงศธร บุญฟู ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 36 สำนักงานทหารพัฒนา นายเรืองฤทธิ์ ผลดี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางเข้าพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนเลื่อนไหลทับบ้านเรือนราษฏรในพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน โดยมี นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย พร้อมด้วย นายจรูญ จินะกัณฑ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้การต้อนรับพร้อมสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่พักพิง สรุปข้อมูลเบื้องต้น มีผู้สูญหาย ที่ยังไม่เจอร่าง จำนวน 7 คน เป็น ผู้หญิง 4 คน,ผู้ชาย 3 คน เจอศพแล้ว 1 คน เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 2 ขวบกว่า มี ผู้ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ รพ.แม่ละอูน จำนวนทั้งหมด 11 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน บ้านเรือนที่เสียหายหมดทั้งหลัง 6 หลังคาเรือน บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนและเล็กน้อย จำนวน 8 หลังคา สิ่งที่ปลูกสร้างอีก เสียหายทั้งหลัง 5 หลัง


สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของคืนวานนี้ (160961) ได้เกิดเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่ ศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราวบ้านแม่ละอูน หมู่ที่ 1 (section 1) ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นเหตุทำให้ ราษฎรผู้อพยพในพื้นที่ (section 1) ได้รับ บาดเจ็บ และ ยังมีสูญหาย ที่ยังหาไม่เจอ จำนวน 7 คน
นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผย ภายหลังเดินทางเข้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ศูนย์อพยพแม่ละอูน ว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งระดมค้นหาผู้สูญหายอีก 7 คน ซึ่งการค้นหาอาจจะเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีเศษไม้กองดินทับถมกันในประมาณที่มาก ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บได้อยู่ในความดูแลขององค์กรเอกชนที่รับผิดชอบภายในศูนย์อพยพ ซึ่งยังอยู่ภายใต้ขีดความสามารถในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้ ในส่วนของการฟื้นฟู ช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีประชุมหารือแนวทางกันต่อไปว่าจะย้ายบ้านเรือนราษฏรที่ได้รับผลกระทบ หรือ กลุ่มเสี่ยงไปอยู่จุดไหนเพื่อความปลอดภัย

ถาวร เบ็ญจรงค์ ทีมข่าว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 064-6266401

แม่ค้าหวยจังหวัดเลย เสียเหลี่ยม เอเย่นต์หวย กำแพงเพชร ฝากซื้อเล่มหวย 2 งวดโอนเงินไปแล้ว ไม่ยอมจ่ายสลากให้ (ชมคลิปคลิกๆ )

แม่ค้าหวยจังหวัดเลย เสียเหลี่ยม เอเย่นต์หวย กำแพงเพชร ฝากซื้อเล่มหวย 2 งวดโอนเงินไปแล้ว
ไม่ยอมจ่ายสลากให้หลายราย รวมกันเป็นเงินหลายล้านบาท โร่แจ้งตำรวจช่วยทวงหนี้ ส่วนเอเย่นต์แสบบอกไม่มี ไม่จ่าย ให้ไปแจ้งความเอาเอง

 

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้เสียหายซึ่งเป็นแม่ค้าเร่ขายหวยว่า ถูกเอเย่นต์แสบ ใน อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร หลอกให้สั่งซื้อเล่มสลากกินแบ่งรัฐบาลมาหลายงวดจนตายใจ ล่าสุด 2 งวดสุดท้าย โอนเงินไปให้แต่ไม่มีหวยส่งมาให้ขาย หลายรายถูกต้มเป็นเงินรวมกันหลายล้านบาท ล่าสุดมีผู้เสียหาย 4 รายเ ข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย ขณะที่อีกหลายรายยังไม่มาแสดงตน เนื่องจากมีการพูดคุยกันระหว่างเอเย่นต์กับผู้เสียหายอยู่ ส่วนรายที่คิดว่าถูกหลอกได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ฐิติศักดิ์ ฉิมมา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย ว่าถูกฉ้อโกงนำโดย นางสุมาลีศรี บุรินทร์อายุ 49 ปีอยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 9 ตำบล สานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ผู้เสียหาย สั่งซื้อลอตเตอรี่ 6 กล่อง 2 งวด กล่องละ 5 เล่มละ 500 ใบ 2 งวดรวมเป็น 12 กล่อง รวมเป็นเงิน 434,400บาท

นางถาวรทองปั้นอายุ 50 ปีอยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 9 ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 5 เล่มรวมเป็นเงิน 181,000 บาท นางสมพรแสงโสดา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 9 ตำบล สานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 8 กล่อง รวมเปนเงิน 289,600 บาท และนางเจริญศรี ทนตะคุ อายุ 61 ปีอยู่บ้านเลขที่ 344/7 หมู่ 2 ตำบลพรานกระต่ายอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร 4 กล่องเป็นเงินรวมจำนวนทั้งสิ้น 148,000 บาท

แม่ค้าขายหวยที่ถูกหลอก บอกว่าขายหวยกันมา 20 ปี ปกติส่งซื้อหวยมาขายแต่ปริมาณไปเพียงพอ (นางเหล่ นามสมมุติ) แม่ค้าขายหวยในอำเภอพรานกระต่าย ได้เสนอขายเล่มหวยให้ โดยอ้างว่ามีใบซื้อเล่มจำนวนมาก จึงตกลงทำการซื้อไปและค้าขายกันติดต่อกันมาประมาณ 6-7 เดือน ใน 2 งวดหลัง โอนรเงินไปให้ แต่ไม่มีสลากมาให้ขาย จึงรู้ว่าตัวเองนั้นน่าจะถูกโกง ได้ทวงถาม(นางเหล่ นามสมมุติ) ที่อ้างเป็น เอเย่นต์หวย ได้ผัดผ่อนและไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ จึงได้นำความเข้าแจ้งต่อพนักงานสอบสวนดังกล่าว

พฤติกรรมเริ่มต้นโดยผู้เสียหายได้สั่งซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 16 กรกฎาคมและงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2561 โดยแต่ละงวดได้สั่งจองและโอนเงินให้กับ(นางเหล่ นามสมมุติ) แม่ค้าขายสลากกินแบ่งในอำเภอพรานกระต่ายที่อ้างตัวเป็นเอเย่นต์ และมีใบจองสลากอยู่จำนวนมาก จึงทำให้ผู้เสียหายหลงพากันเชื่อ และได้ซื้อขายกันมาประมาณ 6-7 เดือน ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีการซื้อขายกันตามปกติ ต่อมา(นางเหล่ นามสมมุติ) รับโอนเงินไป 2 งวดสุดท้าย แค่ไม่ยอมให้สลาก จึงทวงถามกัน ขอเงินคืน ปรากฏว่า(นางเหล่ นามสมมุติ) ตอบว่าไม่มีเงินที่จะมาคืนให้ และไม่ได้โอนเงินไปซื้อสลากจริง และไม่สามารถจะหาเงินมาจ่ายคืนได้ จะฟ้องร้องแจ้งความหรือนำไปติดคุก ก็ยอม จึงทำให้บรรดาแม่ค้าสลากที่ถูกหลอกทยอยเข้าแจ้งความ มูลคค่ากว่า 2 ล้านบาท

ซึ่งหลายรายได้กู้หนี้ยืมสินเพื่อที่จะมาเป็นต้นทุน ซื้อสลาก ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะเรียก(นางเหล่ นามสมมุติ) มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าว/ภาพ/ขวัญชัย ยุทธ์ธนสุนันท์/จังหวัดกำแพงเพชร

ทร ส่ง 2 เรือหลวง ร่วมสวนสนามทางเรือ 70 ปีสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมร่วมฝึกทางทะเลสาธารณรัฐประชาชนจีน (ชมคลิปคลิกๆ)

ทร ส่งเรือหลวงตากสิน และเรือหลวงกระบี่ สวนสนามทางเรือ International.Fleet Review JEJU 2018 ณ เกาเจจู สาธารณรัฐเกาหลี ก่อนเรือหลวงหลวงตากสิน จะร่วมเข้าการฝึกผสม ASEAN CHINA MARITIME EXERCISE 2018 (ACMEX 2018) ณ เมืองจ้านเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

วันนี้ 17 ก.ย.61 พลเรือตรี มนตรี จึงมั่นคง รองเสนาธิการกองเรือยุทธการผู้แทน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเป็นประธานให้โอวาท และปล่อยหมู่เรือพิธีสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้ ซึ่งกองทัพเรือโดย กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ ได้จัดส่งเรือหลวงตากสิน (เรือฟริเกต) และเรือหลวงกระบี่ (เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง) พร้อมกำลังพล จำนวน 305 นาย เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี การจัดตั้งกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ณ เกาเจจู สาธารณรัฐเกาหลี และการฝึกผสม ASEAN CHINA MARITIME EXERCISE 2018 (ACMEX 2018) ณ เมืองจ้านเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีพลเรือตรี ธวัชชัย ม่วงคำ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 เป็นผู้บังคับหมู่เรือพิธีสวนสนามทางเรือเกาหลีใต้ นาวาเอก วรุณ วีระกุล ผู้บังคับการเรือหลวงตากสิน นาวาโท อิศรา อิสระยั่งยืน ผู้บังคับการเรือหลวงกระบี่ ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี การจัดตั้งกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ทาง ทร.สาธาณรัฐเกาหลี จัดพิธีสวนสนามทางเรือ ณ เกาเจจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี ทร.มิตรประเทศ ต่างๆจำนวน 52 ประเทศ เข้าร่วมเฉลิมฉลองและมีจำนวน 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยส่งเรือเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ และภายหลังจากเสร็จสิ้นสวนสนามทางเรือ ทร.จะเข้าร่วมการฝึกผสม ASEAN CHINA MARITIME EXERCISE 2018 (ACMEX 2018)ณ เกาเจจู สาธารณรัฐเกาหลี ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 10-15 ต.ค.61 โดยภายในงานได้มีกิจกรรม ประกอบด้วย การสนามทางบก ทางเรือ การเยี่ยมชมเรือรบของชาติต่างๆ การเยี่ยมเมืองท่าต่างๆ การฝึกผสมการปราบเรือดำน้ำ และการปฏิบัติการทางเรือกับทร.มิตรประเทศ


และการฝึกผสม ASEAN CHINA ระหว่างวันที่ 22-28 ต.ค.61 ณ เมืองจ้านเจียน สาธารณรัฐปประชาชนจีน กับ ทร.มิตรประเทศอีก 9ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไน และประเทศสิงค์โปร์ สำหรับการฝึกผสม ACMEX 2018 เป็นการฝึกช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล โดยมีหัวข้อการฝึก ได้แก่ การปฏิบัติในการเข้าพื้นที่ที่เกิดเหตุ การปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะกองเรือ Search and Rescue Screen การปฏิบัติด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ การใช้เฮลิคอปเตอร์ Helo Cross Deck และการปฏิบัติในการส่งกลับสายแพทย์ Medical Evacuation โดยครั้งนี้กองทัพเรือได้ส่ง เรือหลวงตากสิน (เรือฟริเกต) ที่ไทยได้ต่อออกมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้


พลเรือตรี มนตรี จึงมั่นคง กล่าวว่า ในโอกาสที่ ทร.ได้เข้าร่วมพิธ๊สวนสนามทางเรือ และการฝึกผสมร่วมกับมิตรประเทศต่างๆนั้นเป็นการแสดงออกถึงศักยภาพ และความพร้อมของทร.และที่สำคัญ ทำให้เกิดประโยชน์แก่กำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ในสาขาการปฏิบัติการทางเรือต่างๆการเดินทางไกลในทะเลและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล อีกทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกำลังพลของ ทร.กับกำลังพลของมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีอันจะก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 082-9144646 094-5565622 /086-3684323

รวบไอ้โหด!! ท้าว พูล้า มือฆ่าปาดคอยาย-หลาน หนีจากพระประแดง ขณะเตรียมข้ามลาว (ชมคลิปคลิกๆ )

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร : ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร รวบท้าว พูล้า มือฆ่าปาดคอยาย-หลาน หนีจากพระประแดง ขณะเตรียมข้ามลาว

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ จับกุมมือฆ่าปาดคอยายหลานเสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน ขณะนั่งดืมเบียร์รอเรือข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก่อนลงเรือหนีกลับบ้านเกิด

 

 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 กันยายน 2561 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ. โกเมน สุภาพ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานจาก พ.ต.ท.ธนินทร์ สว.สืบฯ สภ.พระประแดง ว่าได้มีคนร้าย ทราบชื่อ นาย พูล้า อายุ 22 ปี สัญชาติ ลาว อยู่บ้านโพนสิม เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต ได้บุกรุกเข้ามาในบ้านที่เกิดเหตุและได้ใช้อาวุธมีดเชือดคอนางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ 67 ปี บริเวณในห้องน้ำชั้นล่าง และได้ใช้อาวุธมีดเชือดคอ ด.ญ.อิสยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี บริเวณที่นอนชั้นล่าง และใช้อาวุธมีดเชือดคอ ด.ญ.อาภารัตน์ สำรวย อายุ 9 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้หลบหนีไปแล้วนั้น จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม.มุกดาหาร ร.ต.อ.คณากร โมลีย์ ประสาน ร้อยโท พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 2110 กอ.รมน. ตำรวจน้ำ และนรข.มุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ออกลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขง และช่องทางธรรมชาติที่คาดว่าจะลักลอบหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ได้พบชายกำลังนั่งดื่มเบียร์ที่ร้านขายของชำบริเวณบ้านนาโปน้อยริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ ทราบชื่อ ท้าว พูล้า อายุ 22 ปี สัญชาติ ลาว อยู่บ้านโพนสิม เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะ เจ้าหน้าที่ได้เอารูปให้ดูและได้สอบถาม นายพูล้า รับสารภาพว่าเป็นตนเองจริง ตนเองใช้มีดทำครัวปาดคอยาย จนยายล้มลง ต่อมามีเด็กน้อยมาเห็น ตนเองได้เอามีดทำครัวปาดคอเด็กอีก จากนั้นได้เข้าไปรื้อทรัพย์สินในห้องนอนและได้ใช้มีอปาดคอเด็กจนเสียชีวิต สารภาพว่า ตนเองเป็นคนลงมือฆ่าปาดคอยาย และหลานจริง

หลังก่อเหตุแล้วนั่งแท็กซี่มาที่หมอชิด ลงมาซื้อกางเกง เสื้อ และรองเท้า เพื่อเปลี่ยนใหม่ โดยชุดที่ใส่ก่อเหตุทิ้งในห้องน้ำที่หมอชิด จากนั้นได้ขึ้นรถทัวร์มาลงมุกดาหาร เตรียมจ้างเรือหางยาวหนีกลับฝั่งสะหวันนะเขต สปป.ลาวแต่มาถูกจับเสียก่อนเจ้าหน้าที่จึงเตรียมนำผู้ต้องหา สภ.พระประแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.

ธานินทร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว นสพ.สยามโฟกัสไทม์ มุกดาหาร รายงาน

คืนกำไรสู่สังคม ลูกชิ้นบ้านผึ้ง เปิดตัวก๋วยเตี๋ยวสุดเด็ด 500 ชาม แบรนด์นี้ยืนยัน ไม่อร่อย กินฟรี สนใจร่วมโปรเจค”บ้านผึ้งสร้างอาชีพ”ได้ (ชมคลิปคลิกๆ)

ข่าวแม่สะเรียง วันที่ 17 กันยายน 2561
คืนกำไรสู่สังคม ลูกชิ้นบ้านผึ้ง เปิดตัวก๋วยเตี๋ยวสุดเด็ด 500 ชาม แบรนด์นี้ยืนยัน ไม่อร่อย กินฟรี สนใจร่วมโปรเจค”บ้านผึ้งสร้างอาชีพ”ได้

 

ณ วัดศรีบุญเรือง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นายยศพัทธ์ – นางสุทธิกานต์ พิภพสิทธิโภคิณ ได้เป็นตัวแทน พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี พลโท สมบูรณ์ ศรีมณฑา ดร.สิสวัตร ธรรมประดิษฐ์ คุณ อภินันท์ ระเวกโฉม. และ โรงแรม บ้านผึ้ง แม่สะเรียง ร่วมกัน เปิดเลี้ยงโรงทาน ก๋วยเตี๋ยวแบรนด์ ลูกชิ้นบ้านผึ้ง แบรดน์นี้ยืนยัน ไม่อร่อย กินฟรี เพื่อร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพในการเปิดโรงทานให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียง คณะศรัทธาจากหัววัดต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมงานบุญถวายสลากภัต หรือ ตานแตน ประจำปี 2561 อันเป็นการสืบสานขนมธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลผลบุญให้กับบิดา มารดา ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว


โดย นางสุทธิกานต์ พิภพสินธิโภคิณ กล่าวเพิ่มเติมว่าวันนี้ทาง ทีมงาน ลูกชิ้นบ้านผึ้ง ได้ร่วมทำบุญและ เปิดตัวก๋วยเตี๋ยวสุดเด็ด แบรนด์นี้ยืนยัน ไม่อร่อย กินฟรี เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียงได้ลิ้มรสความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวสุดพิเศษหนึ่งเดียวที่ลูกชิ้นอร่อย มีรสชาดความกลมกล่อมของน้ำซุป แม้ไม่ปรุงก็ยังอร่อย “ลูกชิ้นบ้านผึ้ง”By โปรเจค“บ้านผึ้งสร้างอาชีพ” สำหรับผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นบ้านผึ้ง” เพียงท่านเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือต่างจังหวัด และมีใจรักในการค้าขาย ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า สามารถเข้าร่วมโปรเจค”บ้านผึ้งสร้างอาชีพ”กับเราได้ รับจำนวนจำกัดติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณสุทธิกานต์ พิภพสิทธิโภคิณ โทร. 084-3789011


ถาวร เบ็ญจรงค์ ทีมข่าว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 064-6266401