เปิดคลิปสยอง..!! แพทย์คีบปลิงควาย ออกจากลำคอเด็ก (ชมคลิปคลิกๆ )

เด็กชายชาววัย 7 ขวบ ลงเล่นน้ำในคลองกลับมามีอาการไอเป็นเลือด แพทย์ต้องรีเฟอร์ จาก สปป.ลาว เข้ารับการตรวจเช็คที่โรงพยาบาลเชียงราย ตะลึง.. พบปลิงควายติดอยู่ในลำคอ

 

วันที่ 18 มิถุนายน 2561 ทีมแพทย์ จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ทำการส่องกล้อง เพื่อดึงตัวปลิง ที่ติดอยู่ในลำคอของเด็กชายชาวลาววัย 7 ขวบ ได้สำเร็จ ภายหลังจากเด็กชายคนดังกล่าวได้ลงเล่นน้ำในลำคลองหลังบ้านที่เมืองต้นผึ้ง สปป.ลาว เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เมื่อกลับมาถึงบ้านมีอาการเจ็บที่บริเวณลำคอ และมีอาการไอเป็นเลือด จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของฝั่งประเทศลาว แต่เนื่องจากเครื่องมือทางการแพทย์ยังไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่าเป็นอะไรจึงได้ส่งตัวต่อมาทำการตรวจ หาสาเหตุที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้

ภายหลังจากทีมแพทย์ ได้ส่องกล้องพิสูจน์ ต้องตกตะลึงเมื่อพบปลิงควายขนาดใหญ่ เกาะอยู่ที่บริเวณภายในลำคอของเด็กชายคนดังกล่าว ในลักษณะกำลังเกาะกินเลือดอยู่ภายในลำคอจนตัวอ้วน

จนกระทั่งเมื่อช่วงสายของวันนี้ ทีมแพทย์ได้ตัดสินใจทำการสองกล้องเพื่อใช้คีม และเครื่องมือทางการแพทย์ คีบตัวปลิง ออกจากลำคอของเด็กชายคนดังกล่าวได้สำเร็จ ในขณะที่ปลิงควายตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งพบมีความยาวถึงประมาณ 8 เซนติเมตร เลยทีเดียว

ความคืบหน้าของข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

////////////////////////////
เพทาย บ้านชี รายงาน

ตร.รวบ!!เอ็มเนินสง่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่มูลค่ากว่า2แสน หลังรับยามาจากพ่อค้าชาวลาวใช้เส้นทางรองเพื่อหลบด่านตรวจฯสุดท้ายจนมุมไม่รอด (ชมคลิปคลิกๆ )

ตร.รวบ!!เอ็มเนินสง่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่มูลค่ากว่า2แสน หลังรับยามาจากพ่อค้าชาวลาวใช้เส้นทางรองเพื่อหลบด่านตรวจฯสุดท้ายจนมุมไม่รอด

18 มิ.ย. 61 ตำรวจ สภ.ช่องสามหมอ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหานายเอกพล ลาภเกิด หรือฉายาในวงการ เอ็ม เนินสง่า อายุ 31 ปี เลขที่154หมู่13บ.หนองฉิม ต.หนองฉิมอ.เนินสง่า จว.ชัยภูมิพร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า มีภาษาอังกฤษWY บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบเปิดปิด จำนวน 8ถุง นับรวม ได้ยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1779 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในคอลโทรลใต้พวงมาลัยรถยนต์ พร้อมด้วยอาวุธปืนรีวอลโว่ ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน หมายเลขประจำตัวปืน BSZ5660 MOD 686-4ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน1 กระบอก บรรจุเครื่องกระสุนในรังเพลิงขนาด .357 จำนวน 6 นัด พร้อมใช้งาน บรรจุซองปืนหนังอ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสีดำ (ตรวจพบอยู่ช่องเก็บของใต้คอนโทรลช่องกลางหน้ารถ เป็นอาวุธปืนของนายเอกพลฯผู้ต้องหาและได้ร่วมกันตรวจยึดทรัพย์สินตามพรบ.มาตรการฯ จำนวน๔ รายการ

มี รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีอ๊อส สีบรอนด์ทอง ทะเบียนศง 921 จังหวัดกรุงเทพฯ แหวนวงกลมคล้ายทอง จำนวน 1 วง มูลค่าประมาณ 4000 บาทโน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ ACER สีดำ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่าประมาณ 3000 บาทสร้อยคอวัตถุคล้ายทอง จำนวน 1 เส้น พร้อมเลี่ยมพระ มูลค่าประมาณ 5000 บาทรวมทรัพย์สินจำนวน 4รายการ มูลค่าประมาณ 212000บาท(สองแสนหนึ่งหมื่นสองพันบาท)จากนั้น ตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งข้อหาแก่นายเอกพลคือมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรเร่งด่วน และ ๓)ขับรถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าโดยผิดกฎหมาย


ด้าน พ.ต.ต. สุอารีย์ สาแก้ว สว.หัวหน้าสภ. ช่องสามหมอกล่าวว่าได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขนยาของแก๊งค้ายาบ้าจากจังหวัดขอนแก่นเข้ามายังจังหวัดชัยภูมิโดยผ่านพื้นที่รับผิดชอบจึงได้มีคำสั่งให้ ร.ต.อ.ตะวัน พลศรี รอง สวป.สภ.ช่องสามหมอ ไปตั้งด่านสกัดที่บริเวณถนนสายบ้านสำราญ-มูลนาค ท้องที่บ้านสำราญ ม.8 ต.ศรีสำราญ อ.คอนสวรรค์ ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนด์ทอง ทะเบียน ศง 921 กรุงเทพฯ ขับขี่มา จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด ทราบชื่อนายเอกพล หรือเอ็ม ลาภเกิด ผู้ต้องหา แสดงตนเป็นผู้ขับรถยนต์ ได้มีท่าทางพิรุธสงสัยจะมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ขอทำการตรวจเอกสารและตรวจบุคคล ขณะทำการตรวจเอกสารและบุคคลผู้ต้องหา มีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติดหรือมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ จึงได้เชิญให้ผู้ต้องหาลงจากรถยนต์ เพื่อไปทำการตรวจปัสสาวะที่จุดสกัดด้วยความยินยอมของผู้ต้องหา ผลการตรวจตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหา พบแถบการตรวจเมทแอมเฟตามีนแสดงผลเป็นบวกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและสมัครใจนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายภายในรถยนต์ พบยายาบ้า พร้อมอาวุธปืนรีวอลโว่ ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน เป็นอาวุธปืนของนายเอกพลฯผู้ต้องหา


โดยนายเอกพล ผู้ต้องหา ได้ยอมรับและให้การอย่างละเอียด ว่ายาบ้าและอาวุธปืนเป็นของตนเองจริงโดยได้รับซื้อยาบ้ามาจากชาวต่างประเทศ (สปปล.) ชื่อพ่อใหญ่ และติดต่อซื้อขายกันทางโทรศัพท์หมายเลข 084584031กันก่อนแล้วนัดส่งยาบ้ากันที่บริเวณถนนสายขอนแก่น-เชียงยืน เขตท้องที่ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จว.ขอนแก่นจำนวน1779 เม็ด )ที่กม.13 ขาเข้าตัวเมืองขอนแก่นและก่อนที่ผู้ต้องหาจะไปรับยาบ้าในครั้งนี้ได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 8132794264 ซึ่งเป็นบัญชีของผู้ต้องหา เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี061308110 ชื่อบัญชีนายวินัย อินทวงค์จำนวน 20000บาทเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.61 ส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางนั้นเป็นของตนเองที่ได้รับมาจากพี่ชายชื่อจุน ไม่ทราบสกลุจริง ราษฎรบ้านหนองฉิม ต.หนองฉิม อ.เนินสง่า จว.ชัยภูมิ ที่นำมาฝากไว้ และผู้ต้องหาได้นำติดตัวหรือติดรถยนต์ประจำ จนกระทั่งวันที่ 17 มิ.ย.61 เวลาประมาณ 03.00 น.ผู้ต้องหาได้ไปรับยาบ้าตามที่ตกลงกันแล้วได้นำยาบ้าไปนับและบรรจุเป็นถุงรวมยาบ้าทั้งหมด 9ถุง จำนวนยาบ้าทั้งหมด 1779 เม็ด ที่โรงแรมฟ้านิรันดร์และพักผ่อนภายในโรงแรมดังกล่าว ที่อ.เมืองขอนแก่น

เมื่อถึงเวลา เที่ยง ผู้ต้องหาได้ออกจากห้องพักโรงแรม เพื่อจะนำยาบ้าของกลางไปส่งให้นายวิทยา เพ็งพูน หรือต้า อายุ 37 ปี ที่อยู่ 80/2ม.2 บ้านละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จว.ชัยภูมิ
โดยอาศัยความชำนาญเส้นทางขับรถยนต์ออกมาจากที่พักมุ่งหน้าผ่านอ.มัญจาคีรี และอ.โคกโพธิ์ไชย แล้วใช้เส้นทางอ.โคกโพธิ์ไชยผ่าน บ.มูลนาค-บ.สำราญ อ.คอนสวรรค์เพื่อที่จะหลบด่านตรวจยาเสพติดหน้าสภ.ช่องสามหมอแต่ทางด้าน จนท.ตร.ได้ตั้งด่านสกัดไว้ทุกเส้นทาง จนถูกจับกุมในที่สุด ต่อมาได้นำปัสสาวะของผู้ต้องหาปิดผนึกต่อหน้าพร้อมให้ลงลายมือชื่อข้างฉลากติดข้างขวดเพื่อนำไปตรวจหาสารเสพติดที่ รพ.คอนสวรรค์ อีกครั้งหนึ่ง ผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ของผู้ต้องหาและจากการสอบถามผู้ต้องหานี้เพิ่มเติมทราบว่าเคยถูกจับกุมตัวมาแล้วจำนวน 2ครั้งในความผิดตาม พรบ.ยาเสพติดฯและทั้งสองครั้งคดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ร่วมกันทำการจับกุมและแจ้งข้อหาในฐานพร้อมความผิดพร้อมแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช่องสามหมอดำเนินคีดตามกฎหมายต่อไป


ภาพข่าว ///พรอนันต์ พันเชื้อ จ.ชัยภูมิ

“อีเลียม” คืนชีพ “หมู คันไถ” ออกเพลงใหม่เอาใจแฟน เปิดตัวค่าย “มีสุขดี” (ชมคลิปคลิกๆ )

“อีเลียม” คืนชีพ “หมู คันไถ” ออกเพลงใหม่เอาใจแฟน เปิดตัวค่าย “มีสุขดี”

 

กลับมาตามคำเรียกร้องของแฟนเพลงและแฟนคลับ สำหรับวงคันไถ ศิลปินรุ่นเก๋าชั้นคุณภาพ ที่นำทัพโดย หมู คันไถ, โดโด้ คันไถ เจ้าของเพลงดังอมตะ อีเลียม,ยายแล่ม และบทเพลงดังอีกมากมาย

ล่าสุดวงคันไถก็มาพร้อมกับมิติใหม่ เปิดค่ายเพลง ในนาม “มีสุขดี” ที่งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อมเพลงใหม่ให้แฟนเพลงที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยสมใจอยาก กับเพลง “ยิ้มเก้อ” พร้อมเปิดตัว 2 ศิลปินสาวสวย “ซาบีร่า มีสุข” ที่มาพร้อมกับเพลง “รักฉันรึเปล่า” และอีกหนึ่งสาวสวยเซ็กซี่ “อ้อม ลลนา” ในบทเพลง “ใจมันลั่น” ณ ร้านโซดาหวาน 2 จ.นนทบุรี

ด้านศิลปินรุ่นเก๋า “หมู คันไถ” กล่าวว่า หลังจากห่างหายกับการทำงานเพลงให้วงคันไถร่วม 10 ปี ก็ไม่ได้หายไปไหนครับ ยังคงทำงานเพลงให้กับค่ายดัง ศิลปินเบอร์ใหญ่ๆหลายๆค่าย งานก็อยากสนุกอยากทำอะไรเพื่อขอบคุณแฟนเพลงคันไถอีกครั้ง ก็เลยมาระดมสมองกับทีมงานนายทุน จนมาตกผลึกที่ว่า จะมาทำค่ายเพลงตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า “ค่ายมีสุขดี” โดยผมและ โดโด้ คันไถ ก็ได้ทำเพลงขึ้นมา 1 เพลง เพื่อขอบคุณแฟนเพลงพันธ์แท้วงคันไถ ที่รอคอยและเรียกร้องกันมามากมาย ในชื่อเพลง”ยิ้มเก้อ” เป็นเพลงสนุกๆจังหวะโจ๊ะๆ พร้อมเปิดตัวศิลปินในค่ายอีก 2 เบอร์

คือสาวสวยเสียงดี ซาบีร่า มีสุข เปิดตัวด้วยเพลง “รักฉันรึเปล่า” กลิ่นอายลูกทุ่งเพื่อชีวิต และน้องอ้อม ลลนา ในชื่อเพลง ใจมันลั่น โดยการเขียนด้วยปลายปากกาของผม ตอนนี้ก็ได้ถ่ายทำมิวสิควีดีโอไปแล้วทั้ง 3 เพลง สามารถติดตามให้กำลังใจค่ายเพลงเล็กๆ มีสุขดี ได้ทางยูทูบ,เฟสบุ๊ค ที่ตอนนี้ได้ปล่อยเพลงออกไปแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆท่าน ที่มาช่วยกันสานฝันให้กับพวกผมในนามวงคันไถ และค่ายมีสุขดี และขอช่วยกันแชร์ ช่วยกันติดตามผลงานกันด้วย รับรองว่าไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวังแน่นอน ติดต่องานแสดง โทร.084-559-2159 ก็ต้องขอกราบขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ครับ”

สำหรับบรรยากาศของงานเปิดค่ายเพลงมีสุขดี ก็ต้องบอกว่าอบอุ่น มีทั้งนายธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม , “บก.เบียร์” โกสินธ์ จินาอ่อน พร้อมทีมงานสื่อมวลชนสยามโฟกัสไทม์ รวมถึงศิลปิน มยุรา ฟ้าสีทอง,แอ๊ด บาวแดง ที่มาร่วมสร้างสีสัน บนเวทีร่วมยินดี และทีมงานญาติสนิมมิตรสหาย มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ชนิืดชื่นมื่นจบลงด้วยรอยยิ้มและความสำเร็จ

——————————–
ธนภัทร ไกรเทพ : รายงาน

นครนายก หนุ่มแต่งชุดกีฬาตามวัน 7 วัน 7 สี รองเท้า 7 คู่..? (ชมคลิปคลิกๆ )

หนุ่มอาชีพขายปลาชอบแต่งกายสวมชุดกีฬาตามวัน 7 วัน 7 สี รองเท้า 7 คู่ แต่งแล้วถูกโฉลกขายของดีแต่งมาได้ 4 ปีแล้ว

ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชายหนุ่มชอบแต่งชุดกีฬาสวมเสื้อผ้ากางเกงยันรองเท้าแต่งตามวันเช่นวันจันทร์จะสวมชุดกีฬาสีเหลือง วันอังคารสีชมพูฯ ถึงวันอาทิตย์จะแต่งชุดกีฬาสีแดง จนแม่ค้าในตลาดสดสังเกตที่ชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่ก็จะรู้ได้เลยว่าวันนี้วันอะไร ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปพบนายเทวฤทธิ์ ธรรมประดิษฐ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 5 ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นพ่อค้าขายปลาสดอยู่บริเวณหน้าสหกรณ์นครนายกในตัวเมืองเทศบาลเมืองนครนายก เล่าว่าทุกๆเช้าตนและภรรยานั้นจะขับรถยนต์มาขายปลาทุกวัน ส่วนตนก็ชอบสวมชุดกีฬาจะแต่งชุดตามวัน เช่นวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์จะแต่งวันละสี แม้กระทั่งรองเท้าก็มี7 คู่ 7 สีเช่นกัน เพราะมีความเชื่อส่วนตัวว่าตั้งแต่ตนแต่งชุดตามวัน 7 วัน 7 สี มานี้ร่วมได้ประมาณ 4 ปีแล้วกิจการขายของดีมาตลอด เชื่อว่าน่าจะถูกโฉลกกัน

 

สมบัติ เนินใหม่ ข่าว ปพิชญา เนินใหม่ ภาพ นครนายก

ผู้กำกับ สามร้อยยอด โวยไม่ได้ทำแต่ต้องรับกรรม กรณี //เปลี่ยนสีฉี่ต้องมีสองหมื่นบาท// ตามที่เพจดังนำเสนอ

ผู้กำกับ สามร้อยยอด โวยไม่ได้ทำแต่ต้องรับกรรม กรณี //เปลี่ยนสีฉี่ต้องมีสองหมื่นบาท// ตามที่เพจดังนำเสนอ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย 2561 ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เรื่อง // เปลี่ยนสีฉี่ต้องมีสองหมื่นบาท พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ ผกก. สภ.สามร้อยยอด ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าว ด้วยกำลังบนด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด ไม่ใช่ ตำรวจสามร้อยยอด แต่เป็นกำลังท่าน ผบก.ปข.ควบคุมกำลังนำตำรวจส่วนของ สืบสวนภาค และ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ มาปฏิบัติหน้าที่แทน กำลังของ ตร.สามร้อยยอด ซึ่งประชาชนทั่วทั่วไปเข้าใจว่าเป็นตำรวจของ สภ.สามร้อยยอด จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บอกความจริงให้ ตำรวจสามร้อยยอด ที่ต้องรับกรรมโดยไม่ได้ทำ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีผลประโยชน์ใดๆจากด่านหน้า สภ.สามร้อยยอด เลยแม้แต่สลึงเดียว


นอกจากนี้ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ ผกก. สภ.สามร้อยยอด กล่าวว่า ตน กล้ายืนยันและให้ตรวจสอบได้ทุกวัน ทุกเวลาเพราะตั้งแต่มารับตำแหน่ง นับถึงวันนี้เป็นเวลา 3 เดือน กับ 3 วัน พร้อมประกาศนโยบายการทำงานและข้อห้ามเด็ดโดยขาดให้ ตำรวจสามร้อยยอดทุกนายรับทราบถือปฏิบัติ 6 ข้อห้าม และ 1 ใน 6 คือเรื่องนี้ โดยประกาศห้ามชัดเจน “นับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 61 โดยห้ามตำรวจสามร้อยยอด ทุกนายตรวจปัสสาวะประชาชนแล้วเรียกทรัพย์สินบนหรือผลประโยชน์จากผู้ถูกตรวจหรือบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด หาก ตำรวจคนใดฝ่าฝืนและมีเรื่องร้องเรียนจะตั้งกรรมการสอบสวนและดำเนินคดีทุกนาย ตามหลักฐานการลง ปจว.เล่มธุรการ ข้อ 8 ลงวันที่ 30 มี.ค. 2561 เวลา 13.30 น.นอกจากนี้ยังได้จัดประชุม ตำรวจสามร้อยยอดทุกนายรับทราบทั้งหมด แล้วให้นายตำรวจที่ควบคุมความประพฤติ ลงนามรับทราบนำไปควบคุมกำชับดูแลตาม 1212/2537 สำหรับเรื่องบนด่านหน้า สภ.สามร้อยยอดนั้น


ยังได้แจ้งนโยบายการทำงานของตำรวจ สภ.สามร้อยยอด โดยเฉพาะเรื่องการห้ามตำรวจสามร้อยยอด ตรวจปัสสาวะเรียกรับทรัพย์สิน ต่อหน้าท่านไชยชนะ สุทธิวรชัย นายอำเภอสามร้อยยอด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในวันประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของ อำเภอสามร้อยยอด ณ หอประชุม อำเภอสามร้อยยอด และเรื่องการตั้งด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด นั้น ท่าน ผบก.ปข.ได้เรียกด่านกลับคืนมาขึ้นตรงโดยอำนาจการใช้กำลัง การปฏิบัติการ ทั้งหมดเป็นอำนาจของ ท่าน ผบก.ปข.โดยห้ามมิให้ ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด เข้าไปร่วมตั้งด่านกับกำลัง หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ซึ่งการสั่งเอาด่านถาวร หน้า สภ.สามร้อยยอด ไปขึ้นตรงกับท่าน ผบก.ปข. โดยไม่ให้อำนาจ ผกก.สภ.สามร้อยยอด เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ให้ไปบริหารจัดการ ไม่ให้ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด เข้าไปร่วมตั้งด่านที่ด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด โดยเด็ดขาด การขอด่านกลับคืนไปบริหารจัดการเองโดยอำนาจท่าน ผบก.ปข. นั้นตนพอทราบว่าเป็นมาตั้งแต่ยุค ท่าน พ.ต.อ.บุญเลิศ บวรมหาชนก อดีต ผกก.สภ.สามร้อยยอด ด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด ท่าน ผบก.ปข.เข้ามาบริหารจัดการเองโดยไม่ให้ อำนาจ ผกก.สภ.สามร้อยยอด เข้าไปบริหาร

ต่อมา ท่าน พ.ต.อ.บุญเลิศฯเกษียณ มีท่าน พ.ต.อ.พินิจ เตียงพานิช มารักษาการ ในตำแหน่ง ผกก.สภ.สามร้อยยอด ก็ทราบว่า ด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด ท่าน ผบก.ปข.ก็ยังบริหารจัดการเองโดยไม่ให้ พตอ.พินิจ บริหารจัดการ ซึ่งก่อนตน จะมารับตำแหน่งจนตนได้รับตำแหน่ง เมื่อ วันที่ 16 มี.ค 2561 ซึ่งหากนับเวลาประมาณต้นปี 2560 จนถึงวันนี้ (18 มิ.ย.2561) ท่าน ผบก.ปข.ก็ไม่ได้คืนด่านกลับมาให้ ผกก.สภ.สามร้อยยอด นำมาบริหารจัดการเลยตั้งแต่ผม ดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.สามร้อยยอด ท่าน ผบก.ปข.ก็ไม่ได้มอบด่านถาวรหน้า สภ.สามร้อยยอด มาให้ผม บริหารจัดการ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิฯ กล่าวฯ
แหล่งข่าว ยังรายงานเพิ่มเติม อีกว่า การเรียกรับผลประโยชน์ดังกล่าวมีมานาน มากแล้ว และไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดใดทำให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อนั้นเกิดสับสนคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก สภ.สามร้อยยอด และไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้เนื่องจากมิใช้เจ้าหน้าที่จาก สภ.สามร้อยยอด นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจาก สภ.สามร้อยยอด เปิดเผย ว่าในการทำงานแต่ละครั้งหากมีจากจับกุมได้นั้นจะไม่มีการร้องขอจากคนใหญ่หรือเรียกรับสินบนใดๆ ต้องดำเนินคดีทุกราย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แก่ประชาชน

นิพล/ภาพข่าวประจวบฯ

ฝูงกิ้งกือตะเข็บนับล้านตัวบุกบ้าน ร้านค้าและ ร้านอาหาร สร้างความเดือดร้อนกว่า20ครัว เดือดร้อนหนักรำคาญมานานกว่า1เดือน (ชมคลิปคลิกๆ )

ฝูงกิ้งกือตะเข็บนับล้านตัวบุกบ้าน ร้านค้าและ ร้านอาหาร สร้างความเดือดร้อนกว่า20ครัว เดือดร้อนหนักรำคาญมานานกว่า1เดือน ใช้ยากำจัดแต่ก็ยังไม่หมด วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ ด้านนายกเทศมนตรีตำบลคลองพน เผยคาดว่ามีแหล่งอาศัยในที่ดินเอกชน เตรียมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหา

วันที่ 17 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 เขตเทศบาลตำบลคลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ว่า มีฝูงกิ้งกือตะเข็บ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแมลงรถไฟ จำนวนนับล้านตัว บุกชุมชน ไต่ตามพื้น ผนังบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้าน ไม่น้อยกว่า20ครัวเรือนเวลานานนับเดือนแ ล้ว นอกจากนี้ ดอกไม้ พืชผักที่ปลูกไว้ ข้างบ้านก็ ได้รับความเสียหายจาก กิ้งกือชนิดดังกล่าว จำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บริเวณห้องแถว ที่มีทั้งร้านเสริมสวย และที่พัก ปลูกติดกันจำนวนประมาณ 8หลัง พบบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้าน มีกิ้งกือตะเข็บ ตัวสีดำ มีขนาดลำตัวยาวตั้งแต่ 2-5 เซนติเมตร มีขาสีส้ม ด้านข้างจำนวนมาก ไต่ยั้วเยี้ยตามพื้นและผนัง เห็นแล้วขยะแขยง ชาวบ้านจึงได้นำผงเคมี โรยไปตามพื้น ทำให้ตัวกิ้งกือ ทยอยตายจำนวนมาก และส่งกลิ่นเหม็น ต้องกวาดทิ้งวันละหลายรอบ แต่ก็ยังไม่หมด


นางสาวชนิดาภา อุ่นละม้าย อายุ45 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย ที่อาศัยอยู่บริเวณห้องแถวดังกล่าวเล่าว่า ฝูงกิ้งกือเข้ามาที่ร้านเสริมสวยของตนและห้องแถวที่อยู่ติดกันมานานกว่า2เดือน แล้ว และเมื่อ21สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีมากขึ้น จนลูกค้าขยะแขยงไม่กล้ามาใช้บริการภายในร้าน เพราะบางคนที่ถูกตัวกิ้งกือดังกล่าวสัมผัสผิวหนังก็จะมีอาการแพ้ปวดแสบปวดร้อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งได้แนะนำ ให้ใช้ผงเซฟวิน ราคา400กว่า บาท เอามาโรยตามพื้น ก็สามารถกำจัดได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยกโขยงมาอีก จึงอยากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยแก้ปัญหา
นายอับดุลเราะห์มาน ปะดุกา อายุ39ปี กล่าวว่า ฝูงเมื่อกิ้งกือตะเข็บ ได้เข้ามาในบ้านมากขึ้นเมื่อ2สัปดาห์ก่อน แต่ไม่กล้าฉีดยาฆ่าแมลง เพราะเกรงจะอันตรายแก่เด็กๆ จึงใช้ผงกำจัดหมัดหมา โรยตามพื้น พอมันตายก็จะส่งกลิ่นเหม็นมาก ก็จะต้องคอยกวาด วันหลายหลายๆรอบ แต่ไม่หมดสักที คาดว่ามันมาจากป่าใกล้บ้าน ซึ่งเป็นที่เอกชน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำจัดแหล่งอาศัยของตัวกิ้งกือตะเข็บดังกล่าว


ด้านนางสาวธารินี ดาทิพย์ อายุ48ปี กล่าว่า ตนปลูกผัก และไม้ประดับไว้หลังบ้าน พอมีกิ้งกือตะเข็บเข้ามาเกาะ ก็แห่งเหี่ยวตายไปจำนวนมาก ต้องปลูกใหม่ เชื่อว่า รังของมันอยู่ที่ป่าหลังบ้าน ซึ่งมีกองขี้เลื่อย เศษไม้ยางกองทับถมกัน หากไม่กำจัดรังของมันก็จะไม่หมด
ด้านนายนุกูล งานดี นายกเทศมนตรี ตำบลคลองพน กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจและพ่นยากำจัดแมลงแล้วแต่ก็ยังไม่หมด เพราะมันมาจากที่อื่น ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบว่าแหล่งกำเนิดของ ตัวกิ้งกือชนิดดังกล่าว น่าจะมาจากที่ดินเอกชน ที่มีเศษไม้เศษขี้เลื่อยทับถมกันจำนวนมาก ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะประสานกับทางอำเภอ และสาธารณสุข นัดหารือกับเจ้าของที่ดินเพื่อตรวจสอบ และหาทางกำจัดกิ้งกือดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านต่อไป


ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

ใหญ่หน้ายาน หมอลำดังโดนโจรงัดบ้าน 5ครั้งล่าสุดขโมยกวาดเกลี้ยงทรัพย์สินพร้อมชุดหมอลำมูลค่าครึ่งแสนวอนโจรเห็นใจขอแค่ แคน1เต้าคืน???? (ชมคลิปคลิกๆ )

ใหญ่หน้ายาน หมอลำดังโดนโจรงัดบ้าน 5ครั้งล่าสุดขโมยกวาดเกลี้ยงทรัพย์สินพร้อมชุดหมอลำมูลค่าครึ่งแสนวอนโจรเห็นใจขอแค่ แคน1เต้าคืน????

สุดทนหมอลำดังอดีตตลกหมอลำวงเพชรพิณทอง ใหญ่หน้ายาน เจ้าของเพลงดังและนักแสดง หลังโดนคนร้ายงัดบ้านที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิซึ่งบ้านหลังนี้โดนงัดไป 4-5 ครั้งแล้วล่าสุดโจรบุกงัดห้องนอนกวาดเกลี้ยงทั้งเงินสดทีวีปืนอัดลมและชุดหมอลำและแคนที่ใช้เป่าแสดงหน้าเวทีเป็นประจำ วอนขอโจรเห็นใจ ขอชุดหมอลำและแคนคืนอย่างอื่นยกให้


เมื่อวันที่17ก.ค.61ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ใหญ่หน้ายาน หรือนายปรมินท์ แก้วหานาท อายุ63ปี อยู่บ้านเลขที่37หมู่ที่7บ้านดอนขิงแคง ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ “เปิดเผยว่าเพิ่งรู้ว่าโดนขโมยงัดบ้านเมื่อเวลา 09.00 ของวันที่ 17มิย.ที่ผ่านมา หลังจากตนเองและภรรยาและทีมงานกลับจากเดินสายร้องเพลงต่างจังหวัดนานกว่า3วันกระทั่งกลับมาบ้านเพื่อแวะเปลี่ยนชุดเพื่อจะไปทำการแสดต่อในเขตอำเภอภูเขียวพบว่าภายในห้องนอนตู้เสื้อผ้าโดนรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจายลูกกรงเหล็กหน้าต่างถูกงัดออก กระจกบานเลื่อน หัวเตียงโดนงัดเมื่อสำรวจพบว่ามีทรัพย์สินหายไปได้แก่ทีวี1เครื่อง เงินสดอีกจำนวนหนึ่งพร้อม ชุดหมอลำกว่า10ชุดและแคนอีก1เต้าซึ่งความเสียมูลค่าทรัพย์สินในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า5หมื่นบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะมีคนร้ายไม่น้อยกว่า1คนที่บุกเข้ามาขโมยของในครั้งนี้และบ้านหลังนี่ก็เคยโดนขโมยบุกงัดมาแล้ว5ครั้ง


จากการพาเดินสำรวจรอบบริเวณบ้านพบว่าบริเวณหลังบ้านคือจุดที่คนร้ายปีนรั้วข้ามมาบุกเข้างัดบ้านตรงกับห้องนอนพอดีและคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของตนเองเป็นอย่างดีและรู้ว่าตนเองเดินทางไปแสดงหมอลำแต่ละครั้งนั้นนานหลายวันเมื่อสบโอกาสจึงลงมือบุกเข้าขโมย ของดังกล่าวสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทราบว่าบ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้านก็โดนขโมยขึ้นบ้านเหมือนกันซึ่งก็อยากให้ทางจนท.ตร.จัดเวรยามจัดรถสายตรวจมาช่วยตรวจตรายามค่ำคืนให้ชาวบ้านได้อุ่นใจอีกด้วยด้านใหญ่หน้ายานได้กล่าวฝากไปยังหัวขโมยว่าวอนขอชุดหมอลำและแคนคืนให้มาด้วยเพราะเป็นเครื่องมือสำหรับทำมาหากิน โดยเฉพาะแคนอยากได้คืนมากๆเพราะเป็นแคนที่ตนเองรักและผูกพันมามานาน ส่วนทรัพย์สินอื่นๆนั้นยกให้และจะไม่ติดใจเอาความใดๆอีก และยังได้กล่าวฝากไปยังหัวขโมยต่ออีกว่า ถ้าไม่มีเงินเดือดร้อนขัดสนอยากได้เงินให้มาขอตนเองดีๆพร้อมยินดีที่จะควักเงินให้ไม่อยากให้ไปลักเล็กขโมยน้อยสร้างความเดือนร้อนให้กับชาวบ้านถ้าไม่มีงานทำหรือตกงานตนพร้อมที่จะรับให้ทำงานด้วย


ซึ่งปัจจุบันใหญ่หน้ายานหลังจากที่วงหมอลำเพชรพิณทองยุบวงตนเองก็ออกมาตั้งวงคณะหมอลำโดยใช้ชื่อใหญ่หน้ายาน ซึ่งยังคงรับงานแสดงต่างๆเช่นเดิมทั้งงานเล็กงานใหญ่เต็มวงและงานโชว์ตัวรวมถึงงานแสดงละครแสดงภาพยนต์ ซึ่งเจ้าภาพท่านใดสนใจต้องว่าจ้างใหญ่หน้ายานไปทำการแสดงในงานของท่านก็สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข0862308794ได้ทุกเวลาส่วนด้านคดีคงจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป///////

ภาพข่าว พรอนันต์ พันเชื้อ จ.ชัยภูมิ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มช.จัดกิจกรรม “ล้านนา เล่าว่า… ควรค่าม้ามีเรื่องเล่า”

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มช.จัดกิจกรรม “ล้านนา เล่าว่า… ควรค่าม้ามีเรื่องเล่า”

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม”ล้านนา เล่าว่า… ควรค่าม้ามีเรื่องเล่า”ภายใต้โครงการ “ล้านนา เล่าว่า…”โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561 ณ ชุมชนควรค่าม้าสามัคคี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

นายปวิณ​ ชำนิประศาสน์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณองค์กรภาคการศึกษาในนามศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โครงการ “ล้านนา เล่าว่า…”เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านเรื่องเล่า Story telling ในหลายๆกิจกรรม รวมถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวและให้ความสำคักับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เพื่อฟื้นฟูอัตลักษณ์ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนาผ่านการท่องเที่ยวในชุมชนเขตเมืองเชียงใหม่

การท่องเที่ยวถือได้ว่าส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก อีกทั้งพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่เน้นการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ร่วมซึมซับวิถีชีวิตวัฒนธรรมเอกลักษณ์ของล้านนา ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตคนล้านนา​

รวมถึงการท่องเที่ยวที่เรียนรู้ผ่านความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จะเห็นตัวอย่างได้จากชุมชนควรค่าม้า ซึ่งเป็นชุมชนที่จัดงานในวันนี้​ เป็นชุมชนในเขตคูเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งบริการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ​ มีการอยู่ร่วมกันผ่านมิตรไมตรีที่ดีระหว่างคนพื้นถิ่นล้านนากับพี่น้องไทยใหญ่​

ดร.กรวรรณ สังขกร หัวหน้าศูนย์วิจัย และพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินโครงการ “ล้านนา เล่าว่า…”โดยมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวในล้านนา

เมืองเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของภูมิภาค และมีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญระดับโลก ด้วยเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน มีประเพณี วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงาม และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นซึ่งสืบทอดกันมาแต่อดีต แหล่งท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ส่วนมากล้วนแต่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ควรแก่การศึกษาเที่ยวชมอย่างมาก

ปัจจุบัน ภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมกำแพงเมืองนั้น ถูกเรียกว่า ย่านเมืองเก่า ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และได้รวมตัวกันเป็นชุมชนต่าง ๆ แต่ละชุมชนก็ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นคือ ชุมชนควรค่าม้าสามัคคี ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้มีการริเริ่มกิจกรรมที่ชื่อว่า “เตวแอ่วเวียง” หรือการเดินเที่ยวเมืองเชียงใหม่ โดยประธานชุมชนและคนในชุมชนต่างพร้อมใจกันดำเนินการและพัฒนากิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณี รวมถึงงานศิลปะของชาวล้านนาให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม

เพื่อให้คนในชุมชนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ศิลป์วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งความเป็นวิถีดั้งเดิมของผู้คนแต่ละชาติพันธุ์ รวมถึงความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งที่เป็นวัด โบราณสถานเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่น่าสนใจผนวกกับมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนวิถีชีวิตผ่านชิ้นงาน Street Art เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาแวะชม ถ่ายรูป โพสต์ แชร์ความสวยงาม และประทับใจผ่าน Social Media ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านนักท่องเที่ยวที่ดีเยี่ยม คาดหวังว่ากิจกรรมในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักชุมชนควรค่าม้าในอีกมุมมองและเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสวิถีชีวิตเปี่ยมสีสันในชุมชนดั้งเดิมย่านเมืองเก่า พร้อมเปิดมุมมองสร้างสรรค์และทำความรู้จักมนต์เสน่ห์แห่ง “ล้านนา” ให้มากยิ่งขึ้น ในกิจกรรม “ล้านนา เล่าว่า…ควรค่าม้ามีเรื่องเล่า (Lanna Storytelling : Color of Khuan Khama Community’s Tourism)” ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เมนูอาหารท้องถิ่น ดนตรีสดเพราะๆ หลากผลงานศิลปะร่วมสมัยฝีมือคนรุ่นใหม่ และไฮไลท์ห้ามพลาด

อย่าง เช่น กิจกรรมตะลอนทัวร์ชุมชน ทอดน่องชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเปิดถนนท่องเที่ยวชุมชนควรค่าม้า ที่การันตีว่าบรรดาขาชิม ขาช็อป และคนรักภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนาต้องปลื้มปริ่มกันแน่นอน​ พร้อมพบกับกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนควรค่าม้า พร้อมเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4 แห่ง ได้แก่ วัดหัวข่วง วัดหม้อคำตวง วัดควรค่าม้า และวัดราชมณเฑียร​ กิจกรรมเปิดถนนท่องเที่ยวชุมชนควรค่าม้า​ ชม Street Art บอกเล่าเรื่องราวอัตลักษณ์ล้านนา​

ชมการประกวดผลงานภาพถ่ายและคลิปวีดิโอ ภายใต้หัวข้อ “ล้านนา เล่าว่า” เพลินดนตรีแจ๊ซจาก “no future sax choir”เก็บเกี่ยวไอเดียการออกแบบของที่ระลึกล้านนาสุดครีเอท​เวิร์กช็อปหัวข้อ “จากตัวตนสู่ชุมชน” โดยกลุ่มน้องๆ นักศึกษาคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ร่วมสนุกกับกิจกรรมเพ้นท์ร่มจาก “ชมรมศิลปะและการออกแบบบ่อสร้าง (bosang art and design group)”
การออกบูธให้ความรู้จากชมรมมรดกโลก และที่สำคัญ จะได้อิ่มอร่อยกับสารพัดเมนูพื้นบ้านจากกลุ่มแม่บ้านชุมชนควรค่าม้าสามัคคีพัฒนาอีกด้วย

คาดหวังว่าจะให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้กับชุมชนใกล้เคียงเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันของแหล่งท่องเที่ยวในเขต”ย่านเมืองเก่า”ซึ่งจะเป็นการสร้างจุดแข็งของการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป

นภาพร ขัติยะ/เชียงใหม่

ททท. จัดท่องเที่ยววิถีไทยมอญ 3 จังหวัด เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุง ภายใต้แนวคิด Amazingไทยเท่ เพื่อกระจายรายได้ไปยังพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี

ททท. จัดท่องเที่ยววิถีไทยมอญ 3 จังหวัด เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุง ภายใต้แนวคิด Amazingไทยเท่ เพื่อกระจายรายได้ไปยังพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย จัดคาร์แรลลี่ ท่องเที่ยว วิถีมอญ 3 จังหวัด เส้นทางกรุงเทพฯ – นนทบุรี – ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2561 โดยได้นำเอกลักษณ์และจุดเด่นของชุมชนมอญในแต่ละพื้นที่ของ 3 จังหวัด เช่น ชุมชนมอญบางกระดี่ ชุมชนมอญเกาะเกร็ด และชุมชนมอญศาลาแดงเหนือ ซึ่งแต่ละพื้นที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรม ที่ในปัจจุบันหาชมได้ยาก มานำเสนอขายให้กับนักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสถึงอัตลักษณ์วิถีการดำเนินชีวิต ความเป็นมา วัฒนธรรมอันดีงามการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของคนในชุมชน

โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดในรูปแบบคาร์แรลลี่ มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน รถยนต์ 30 คัน นักท่องเที่ยวจะได้ร่วมกิจกรรม เพื่อเก็บสะสมคะแนนตามจุดต่างๆ เริ่มจากเดินทางไปยัง ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมมอญ ชุมชนบางกระดี่ กรุงเทพมหานคร มอญกลุ่มแรกที่มาตั้งถิ่นฐานคือทหารมอญจากเมืองหงสาวดี อพยพเข้ามาในรัชกาลที่ 2 ซึ่งต่อมาได้มีกลุ่มมอญอีกกลุ่มหนึ่งถูกกวาดต้อนมาขุดลอกคลองด่าน เมื่อเสร็จงานแล้วจึงตั้งรกรากอยู่ที่นี่ และมีการสร้างวัดและศาลเจ้าพ่อบางกระดี่เป็นศูนย์รวมจิตใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงมีชาวมอญจากบริเวณอื่นอพยพตามมาสมทบ ปัจจุบันที่นี่ ได้รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวมอญไว้เป็นอย่างดี ชมสาธิตการทำแซ้จากต้นจาก และการแสดงทะแยมอญที่หาชมได้ยาก ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่ร่วมแรลลี่จะได้ร่วมถวายภัตตาหารเพลพร้อมรับพรจากพระที่สดเป็นทำนองแบบมอญ และรับประทานอาหารมอญฝีมือชาวมอญแบบแท้ๆ


หลังจากนั้นเดินทางสู่ เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นชุมชนชาวมอญริมน้ำที่อพยพเข้ามายังเกาะเกร็ด 2 ครั้ง ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน และอีกครั้งรัชกาลที่2 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เกาะเกร็ดมีความโดดเด่น และมีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผา มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ คณะแรลลี่จะได้ร่วมปั้นเครื่องปั้นดินเผาเพื่อเป็นของที่ระลึกและเยี่ยมชมตามเส้นทางท่องเที่ยวพร้อมชิม ช้อปสินค้า ระหว่างทางเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน และอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องห้าม….พลาด เมื่อมาเกาะเกร็ด ล่องเรือกลับมายัง วัดกู้ (วัดพระนางเรือล่ม) เดิมมีชื่อว่า “วัดท่าสอน” หรือ “วัดหลังสวน” เป็นวัดเก่าแก่เล่ากันว่าผู้สร้างคือ พญาเจ่ง ชาวมอญที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โบราณสถานของวัดกู้ จึงมีศิลปะแบบมอญผสมผสาน อาทิ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารที่เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ พระพุทธรูป เจดีย์ทรงมอญ ภายหลังขบวนเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เกิดอุบัติเหตุล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเหตุให้สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ เล่ากันมาว่าได้เชิญพระศพขึ้นที่วัดกู้นี้เป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะอัญเชิญพระศพสู่พระบรมมหาราชวังต่อไป ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดกู้” และเรียกสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ว่า “พระนางเรือล่ม” มานับแต่นั้นเป็นต้นมา

​​

ในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2561 คณะนักท่องเที่ยวคาร์แรลลี่ ท่องเที่ยววิถีมอญ 3 จังหวัด จะออกเดินทางเข้าสู้จังหวัดปทุมธานี เพื่อไปยัง ชุมชนมอญวัดศาลาแดงเหนือ เป็นหมู่บ้านของคนไทย เชื้อสายมอญ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี บรรพชนของชาวบ้านศาลาแดงเหนือส่วนใหญ่อพยพมาจากเมือง เมาะตะมะ เนื่องจากพ่ายแพ้สงครามพม่า จึงพากันอพยพครอบครัวเข้ามาในสมัยรัชกาลที่2 ชุมชนศาลาแดงดำเนินวิถีชีวิตตามครรลองในพระพุทธศาสนา และยึดมั่น ในอัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายมอญมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งชาวบ้านและพระสงฆ์ต่างร่วมมือกันช่วยกันดูแลชุมชนและรักษาสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านให้งดงาม เป็นระเบียบ สะอาด เมื่อนักท่องเที่ยวมาก็จะเกิดความประทับใจ ซึ่งจุดนี้ คาร์แรลลี่ ท่องเที่ยววิถีมอญ 3 จังหวัด จะได้ทำสะไบมอญและหางหงส์ร่วมกันเพื่อได้เรียนรู้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

​ทั้งนี้ ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร มีความมุ่งหวังว่าการจัดกิจกรรม คาร์แรลลี่ ท่องเที่ยววิถีมอญ 3 จังหวัด จะช่วยสร้างการรับรู้ถึงข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงของทั้ง 3 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการเดินทางพักค้างในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี อันจะนำมาซึ่งการกระจายรายได้ไปสู้ท้องถิ่น นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวยังจะสอดแทรกการปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงการลดใช้พลาสติกเพื่อเป็นการไม่เพิ่มขยะไปสู่แหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

ประพัฒน์ บวรภโรทัย
บวรทัต แย้มเผื่อน
ภาวิต หันตะคุ
รายงาน

ตราด-เร่งหาหนุ่มเครียดจอดรถทิ้ง แก้ผ้าทิ้งลงท่อระบายน้ำ ก่อนหายตัวลึกลับ (ชมคลิปคลิกๆ )

ตราด-เร่งหาหนุ่มเครียดจอดรถทิ้ง แก้ผ้าทิ้งลงท่อระบายน้ำ ก่อนหายตัวลึกลับ

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายหนุ่มเครียดจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้บนถนนก่อนเดินเข้ามายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำและหายตัวไป โดยทิ้งร่องรอยบริเวณห้องน้ำด้วยการเทน้ำยาล้างห้องน้ำ และถังขยะที่อยู่ด้านนอกล้มกระจาย ก่อนที่จะทำการถอดเสื้อผ้าทิ้งลงไปในท่อระบายน้ำ และถอดรองเท้าวางไว้ข้างปากท่อ ก่อนที่จะหายตัวลึกลับ


******หลังหายตัวไปนาน เจ้าของร้านส้มตำปากทางเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เกิดสงสัยซึ่งชายหนุ่มที่หายตัวไปได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้และทำการติดเครื่องไว้เป็นเวลานาน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบูญช่วยเหลือ เพื่อเข้ามาตรจสอบไม่พบตัวหนุ่มดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ที่หายตัวไป มีสระน้ำใกล้ที่เกิดเหตจึงได้ประสานชุดประดาน้ำของกู้ภัยสว่างฯ เพื่อช่วยค้นหา โดยใช้เวลาค้นหาประมาณ 2 ชม. ไม่พบร่างชายหนุ่มคนดังกล่าว จึงได้ยุติการค้นหาเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย มีฝนตกลงมาอย่างหนัก


******ความคืบหน้าช่วงเช้าที่ผ่านมา นางศรีไพร โสภักดี แม่นายมาตรี วันประเวศ อายุ 26 ปี ผู้สูญหาย ได้เดินทางมากับลูกสาวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างฯเพื่อทำการค้นหาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีฝนตกตลอดทั้งวัน จนถึง ณ เวลานี้ยังไม่พบร่างชายหนุ่ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสมิงได้เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำเสื้อผ้าขึ้นมาตรวจสอบ ที่ทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำของศูนย์พัฒนาเด็ก อบต.วังตะเคียน พบว่าเป็นกางเกงยีนส์ เสื้ออืด ในกระเป๋ากาวเกง พบธนบัตร 1 พันบาท1 ใบ ใบบะ20 ยาท 2 ใบ เหรียญ5 ยาท 1 เหรียญ และยาฉุน กระดาษสำหรับสูบยา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรองเท้าผ้าใบอีก1 คู่


******นางศรีไพล โสภักดี มารดาของนาย มนตรี ผู้สูญหายบอกว่า ยังหวังว่าลูกจะเตลิดเข้าป่าแทนการลงสระน้ำ แต่ต้องรอดูจนครบ24 ชม ในเวลา 17-18 นาฬิกาวันนี้ ให้ศพลอยขึ้นมาเองต่อไปก่อน

 

ภาพ/ข่าว ณัฐวุฒิ สวัสดิ์วารี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก