หน่วยงานภาครัฐ »   เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เตรียมนำกัญชาของกลางกว่า 1 ตัน ส่งตรวจพิสูจน์หาสารปนเปื้อน ก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำมันกัญชา สำหรับแจกจ่ายให้ผู้ป่วยที่แจ้งครอบครองกับองค์การอาหารและยา หรือ อย. (ชมคลิป)

  เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เตรียมนำกัญชาของกลางกว่า 1 ตัน ส่งตรวจพิสูจน์หาสารปนเปื้อน ก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำมันกัญชา สำหรับแจกจ่ายให้ผู้ป่วยที่แจ้งครอบครองกับองค์การอาหารและยา หรือ อย. (ชมคลิป)

2 พฤษภาคม 2019
90   0

  เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เตรียมนำกัญชาของกลางกว่า 1 ตัน ส่งตรวจพิสูจน์หาสารปนเปื้อน ก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัดน้ำมันกัญชา สำหรับแจกจ่ายให้ผู้ป่วยที่แจ้งครอบครองกับองค์การอาหารและยา หรือ อย.

 

 

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่าขณะนี้ปปส.ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการชะลอการเผาทำลายกัญชาจาก อย.ไว้ 43 คดี รวม 22 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกัญชาที่ปลูกในระบบผิดกฎหมาย และเป็นพืชที่ดูดซึมโลหะหนักได้ง่าย ซึ่งกัญชาที่จะนำมาใช้ในทางการแพทย์มีเพียงองค์กรของรัฐ 2 หน่วยงาน ที่ได้รับอนุญาตในการผลิตคือ องค์การเภสัชกรรม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ดังนั้นการนำกัญชากว่า 1 ตันมาส่งตรวจในครั้งนี้ หากพิสูจน์แล้วไม่พบสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย อาทิ โลหะหนักและยาฆ่าแมลง ปปส.ก็จะเก็บของกลางเหล่านี้ไว้ให้กับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเพื่อเข้าสู่กระบวนการสกัดเป็นน้ำมันกัญชา เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ป่วยที่แจ้งครอบครองไว้กับ อย. ส่วนกัญชาที่พบสารปนเปื้อนก็จะถูกนำไปทำลายทิ้งทั้งหมด

โดยทางสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงานปปส. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม และจากมหาวิทยาลัยมหิดลช่วยในการตรวจสอบ โดยใช้การตรวจประมาณ 4 สัปดาห์ วันนี้มีการทดลองตรวจพิสูจน์ในเบื้องต้นพบว่า กัญชาของกลางที่นำมาพิสูจน์นั้นมีสาร THC และ CBD ที่สามารถใช้ในทางการแพทย์ได้ แต่ในส่วนของโลหะหนักที่มีส่วนผสมนั้น จะต้องทำการตรวจพิสูจน์ในห้องทดลองอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ยังคงยืนยันว่า กัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต จำหน่าย ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาเองได้ การดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ได้รับการยกเว้นโทษภายใน 90 วัน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 นั้น ผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องปฏิบัติตามที่เงื่อนไขกำหนดไว้ โดยผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายให้ยื่นขออนุญาต หรือกรณีผู้ป่วย หรือบุคคลอื่นให้แจ้งการมีไว้ในครอบครอง มิได้หมายถึงว่าจะทำการใด ๆ ได้โดยรับการยกเว้นโทษก่อนได้รับอนุญาต หรือแจ้งการครอบครอง

หากมีบุคคลหรือองค์กรใดประสงค์จะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับกัญชาก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 กด 3 หรือ อย. 1556 กด 3 และยื่นขออนุญาตหรือแจ้งการครอบครองภายใต้เงื่อนไขและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน