loading...
อาชญากรรม » ตร.กาฬสินธุ์ล่าระทึกยิงสกัดแก๊งตัดไม้พะยูงในโรงเรียน..!!

ตร.กาฬสินธุ์ล่าระทึกยิงสกัดแก๊งตัดไม้พะยูงในโรงเรียน..!!

16 ธันวาคม 2018
104   0

ตำรวจสภ.หนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ สนธิกำลังกับทหารและฝ่ายปกครองไล่ล่าระทึกยิงสกัดกลุ่มคนร้ายตัดไม้พะยูงภายในโรงเรียนคำไฮวิทยา ทำให้รถยนต์ยางระเบิดเสียหลักชนเสาไฟฟ้า แต่ยังอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

 


เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 02.40 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สรวิศ สินนา พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนร้ายกำลังลักลอบตัดไม้พะยูง ที่บริเวณหลังโรงเรียนคำไฮวิทยา บ้านคำไฮ หมู่ที่ 8 ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี พร้อมประสานชุดสืบสวน สภ.หนองกุงศรี ประกอบด้วย พ.ต.ท.สมศักดิ์ หลาวมา รองผกก.สส.สภ.หนองกุงศรี พ.ต.ท.อารมณ์ มะลิขจร สว.สส.สภ.หนองกุงศรี และชุดสืบสวน สภ.หนองกุงศรี ร่วมกับ ร.ท.แก้ว สามเลิศ หัวหน้ากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย อ.หนองกุงศรี กำลังทหาร และฝ่ายปกครองเดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ


โดยที่เกิดเหตุอยู่ถนนบริเวณด้านหลังโรงเรียนคำไฮวิทยา เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนร้าย ซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมกับรถยนต์กระบะ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยคนร้ายได้ตัดต้นพะยูงสูงประมาณ 30 เมตรโค่นทับสายไฟฟ้า และกำลังตัดต้นพะยูงออกเป็นท่อนๆ และกำลังขนท่อนไม้ที่ถูกตัดขึ้นรถยนต์ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้วางกำลังไว้โดยรอบพื้นที่ โดยใช้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารปิดทางเข้า-ออกบริเวณโดยรอบไว้ ซึ่งขณะนั้นกลุ่มของคนร้ายรู้ตัวว่ากำลังถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อม จึงรีบขนอุปกรณ์เลื่อยไม้ขึ้นรถ ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่กำลังจะแสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มคนร้ายได้ขับรถยนต์ทั้ง 2 คัน พร้อมจักรยานยนต์ หลบหนีอย่างรวดเร็ว โดยรถยนต์ของคนร้ายทั้ง 2 คันมุ่งหน้าไปยังจุดที่ตำรวจและทหารใช้รถยนต์สกัดไว้ แต่คนร้ายก็ไม่ยอมหยุดรถ และได้ขับรถยนต์ชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงยางสกัดรถยนต์ของคนร้ายทั้ง 2 คัน แต่ยังไม่ยอมหยุด พร้อมทั้งแยกย้ายกันหลบหนี


โดยรถยนต์ของคนร้ายคันแรกขับออกมาถึงถนนสายหนองกุงศรี – ห้วยเม็ก และได้เลี้ยวซ้ายหลบหนีไปทางตัวอำเภอหนองกุงศรี คาดว่ามุ่งหน้าไปทางสะพานเทพสุดาแล้วหลบหนีไปได้ ส่วนอีก 1 คันเมื่อขับออกมาถึงถนนสายหนองกุงศรี – ห้วยเม็ก ได้เลี้ยวขวาหลบหนีไปทางอำเภอห้วยเม็ก มุ่งหน้าไปทางอำเภอยางตลาด กำลังเจ้าหน้าที่ได้ขับรถยนต์ไล่ติดตามคนร้ายอย่างกระชันชิด พร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงสกัดล้อรถยนต์ของคนร้ายเป็นระยะทำให้ยางระเบิดและเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้าที่บริเวณบ้านแก ต.อีตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกลุ่มคนร้ายอาศัยความมืดทิ้งรถยนต์วิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพบเป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีบอร์น-เทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมหมายเลข กพ 9458 นครราชสีมา ดัดแปลงตัวเพิ่มหลังคาแครี่บอย พร้อมกับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่องตกที่พื้นถนนข้างรถยนต์เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และโทรศัพท์ดังกล่าวไว้ตรวจสอบ


ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบเป็นต้นไม้พะยูงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 72 เซนติเมตร หรือประมาณ 2 คนโอบ ถูกตัดโค่นลงล้มทับสายไฟ คาดว่ากลุ่มคนร้ายสามารถตัดไม้พะยูงหลบหนีไปได้จำนวน 3 ท่อน โดยในที่เกิดเหตุยังพบหมวกแก๊บสีเขียว รูปดาวสีแดง และมีข้อความ “เวียดนาม” จำนวน 1 ใบ เสื้อกันหนาวแบบแขนยาวสีเหลืองปักข้อความภาษาอังกฤษ “PARISINE” โทรศัพท์ยี่ห้อทรู สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และสายไฟฟ้าสีขาว จำนวน 10 เมตร และตราสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติตกอยู่ที่พื้นอีกด้วย


ด้านนายรณชัย อุ่นทยา ผู้ใหญ่บ้านคำไฮ หมู่ที่ 8 กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลา 02.18 น. ได้รับโทรศัพท์จากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดต้นไม้พะยูง อยู่บริเวณหลังโรงเรียน จากนั้นตนได้ทำการประสานไปยังตำรวจ สภ.หนองกุงศรี เข้าดำเนินการจับกุมกลุ่มคนร้าย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและตนมาถึงแต่คนร้ายได้ไหวตัวทัน โดยตนรู้สึกเสียดายตนไม้พะยูงต้นที่ถูกตัด เนื่องจากตนปลูกเองกับมือเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว


ขณะที่ พ.ต.ท. สมภาร แสนคำ รอง ผกก.(สอบสวน).สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า ต้นพะยูงเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีค่าของแผ่นดินและเป็นสมบัติของส่วนรวม ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดตั้งเวรยามเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหน้านี้ซึ่งเป็นฤดูหนาว ชาวบ้านพากันนอนหลับหลบภัยอากาศหนาว ซึ่งจะเป็นช่องทางให้แก๊งมอดไม้อาจจะถือโอกาสเข้ามาลักลอบตัดโดยง่าย ดังนั้น จึงต้องร่วมมือกันหาทางป้องกัน และคอยสังเกตหากพบบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เบื้องต้นทางตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนหาข่าวตามพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมแกะรอยกลุ่มคนร้ายตามกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป